question3

  Answer

อีกหนึ่งคำถามที่มีเพื่อนๆเข้ามาคุยกับนัทอยู่เรื่อยๆก็คือ อยากจัดงานแต่งงานออกมาให้ดีที่สุด Perfect ที่สุด แต่ว่าไม่มีเวลา อีกสามสี่เดือนก็ถึงวันงานแล้ว จะทำยังไงดี วันนี้นัทเลยลองหยิบคำถามนี้มาตอบในมุมองของนัทดูค่ะ หวังว่าเพื่อนๆคนไหนที่กำลังกลุ้มใจเรื่อง timeline ที่กระชั้นชิดมากๆน่าจะได้ไอเดียนิดๆหน่อยๆไปปรับใช้กับการเตรียมงานของตัวเองดูนะคะ

นัทเข้าใจอารมณ์ว่าที่เจ้าสาวทุกคนเลย ว่าเราอยากให้งานแต่งงานของเราเอามาสวยที่สุด Perfect ไร้ที่ติ มีรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วน ตกแต่งสวยงาม อาหารอร่อย มีกิมมิค ใส่รายละเอียด แขกประทับใจ ชื่นชมไม่หยุดปาก  แต่การที่งานจะ perfect ครบถ้วนทุกอย่างได้ ก็ต้องผ่านกระบวนการเตรียมตัวที่ละเอียดรอบคอบ รัดกุมในทุกจุด  แต่คำถามก็คือ แล้วถ้าเรามีเวลาเตรียมตัวสั้นๆแค่สามสี่เดือนก่อนวันงานล่ะคะ เราจะทำยังไงดี?

shorttimewedding1

นัทว่าเวลาเราจะจัดงาน event  หรือทำงานอะไรออกมาสักอย่าง มันจะมีอยู่สามอย่างที่เราต้องคิดถึงค่ะ

 

Timeline → Tasks → Resources

 

Timeline

เมื่อเพื่อนๆรู้วันแต่งงานเรียบร้อยแล้ว Mark it on your schedule ตัวใหญ่ๆเลยค่ะ แล้วลองมากางดูว่า จากวันนี้ถึงวันสำคัญของเรามีเวลาแค่ไหน  แล้วมีเวลาที่เราสามารถเตรียมงานจริงๆได้เท่าไหร่  ยิ่งถ้าเพื่อนๆทำงานประจำไปด้วย ยิ่งต้องนับคำนวนดีๆเลยค่ะ เพราะเราอาจจะมีเวลาวิ่งวุ่นจัดการนู่นนี่ได้เต็มที่จริงๆก็แค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้นเอง

 

Tasks

ขั้นนี้คือการนั่ง list ออกมาโลด ว่ามีงานอะไรที่เราต้องจัดเตรียมบ้าง ยังไม่ต้องกังวลว่าเวลาจะไม่พอ ไม่กล้า list ออกมานะคะ  นัทว่าตอนนี้คือการที่เรานั่ง brainstorm จด list ต่างๆออกมาก่อนเลย  เพื่อนๆอาจจะเริ่มไล่ดูจาก Checklist ที่นัทเขียนแชร์ไว้เมื่อเดือนก่อนก็ได้ค่ะ

 

เสร็จแล้ว เพื่อนๆค่อยมาจัดการ Prioritize ไล่ลำดับหาว่าจาก list ทั้งหมดที่ว่ามาเนี่ย สิ่งไหนที่สำคัญกับงานเราจริงๆ เป็น MUST DO” ต้องทำก่อนเป็น Priority ซึ่ง Tasks กลุ่มนี้จะเป็นพวกที่ต้องทำให้เสร็จก่อนเพื่อเป็นกรอบให้งานส่วนอื่นๆ หรือพวกที่ต้องจองเวลาล่วงหน้า หรือใช้เวลาทำนานๆค่ะ  เสร็จแล้วเราค่อยหาต่อว่าสิ่งไหนสำคัญรองๆลงมา และอันไหนที่ไม่สำคัญ มีก็ได้ ไม่มีก็ได้

 

พอได้ Must Do + Priority List ออกมา เพื่อนๆก็มาวางใส่เข้าไปในตารางการเตรียมตัวเลยค่ะ เราจะได้ไม่หลุดลืมเตรียมเรื่องสำคัญพวกนี้ค่ะ  อย่างสมมติว่าเพื่อนๆมีเวลาเตรียมตัว 4 เดือน  อาจจะจับเรื่องสำคัญๆใส่เข้าไปในตารางการวางแผนแบบนี้ก็ได้ค่ะ

shorttimewedding3

 

(ดูรายละเอียดแต่ละ Task ได้ใน “คู่มือเตรียมตัวแต่งงานของว่าที่เจ้าสาว”)

Resources

หมายถึงกำลังคนในการจัดการเรื่องต่างๆค่ะ  ถึงจุดนี้ เพื่อนๆต้องตัดสินใจระหว่าง

  1. จะจ้าง Organizer มาทำแทนเราไปเลย
  2. ทำทุกอย่างเอง
  3. Mix กัน ระหว่างทำเอง และ Allocate แบ่งงานไปให้คนอื่นช่วยด้วย

 

จริงๆไม่ว่าเพื่อนๆจะเลือกแบบไหนก็ไม่มีผิดไม่มีถูกเลยค่ะ นัทว่ามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการที่เพื่อนๆประเมินสถานการณ์อย่าง honest ตรงไปตรงมาที่สุด เปิดใจว่าอันไหนเป็นไปได้ อันไหนเป็นไปไม่ได้

 

สมมติเรามีเวลาเตรียมตัวสามเดือน แต่เราต้องทำงานตลอดเวลา ไม่มีใครช่วย หรือเราต้องไปทำงานต่างจังหวัด ไปต่างประเทศอยู่ตลอด และพอจะมี Budget อยู่ การจ้าง Organizer มาจัดการเรื่องต่างๆแทนเรา  ข้อนี้ก็อาจจะเป็น Option ที่ดีสำหรับเราก็ได้ค่ะ

 

แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเราสามารถ manage เรื่องต่างๆในช่วงเวลาที่บีบคั้นได้ดี และไม่ paranoid  freak out เครียดสติแตกได้ง่ายๆ พร้อมกับสามารถ plan เวลามาทำได้เองทุกอย่าง งั้นนัทว่าการที่เพื่อนๆเลือกจัดการทุกอย่างเองหมดก็อาจจะเป็นคำตอบสำหรับเพื่อนๆค่ะ

 

หรือเราอาจจะเลือกทางสายกลาง คือ mix กันระหว่าง ส่วนที่ทำเอง และแบ่งงานให้คนอื่นช่วย จะได้ไม่กดดันมากเกินไป  ถ้าเพื่อนๆเลือกวิธีนี้ เราคงต้องมาดู เวลาที่มี เทียบกับ tasks ที่ต้องทำ แล้วมาตัดสินใจว่าสิ่งไหนจะทำเอง สิ่งไหนจะแบ่งงานให้คนอื่นรับผิดชอบ  ส่วนมากงานที่เราควรจะต้องทำเองก็คือพวก Priority Tasks ต่างๆที่นัทเขียนไว้ด้านบนเลยค่ะ แต่เราก็ต้องหาคนที่มีความรับผิดชอบ และเราไว้ใจจริงๆด้วยนะคะ

shorttimewedding2

เมื่อเพื่อนๆเลือกได้แล้วว่าจะใช้วิธีเตรียมงานแต่งงานรูปแบบไหน ทีนี้ก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติงานจริงค่ะ นัทมานั่งลองคุยกับคุณลุงดูว่า จะมีเทคนิคอะไรบ้างช่วยเพื่อนๆที่มีเวลาเตรียมตัวน้อยๆ  เราสองคนคิดออกอยู่ 3 วิธีค่ะ

 

TIPS #1: Check Status

ด้วยความที่เรามีเวลาน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด การคอย check status กับทุกฝ่ายถี่หน่อย จะทำให้เรารู้ก่อนล่วงหน้าในกรณีที่มีอะไรผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผน เราจะได้รีบหาแผนสองค่ะ ถ้าเราแบ่งงานแล้วไม่ตามอัพเดท เกิดมีเรื่องอะไรมามารู้ตอนหลังก่อนวันงานแป้บเดียว จะแก้ปัญหาไม่ทันน๊า

TIP #2: หา Short Cut

ด้วยเวลาที่น้อยมากอยู่แล้ว อันไหนที่เป็นทางลัดรวบยอดได้ทีเดียว อาจจะช่วยลดปริมาณงานให้เพื่อนๆ และประหยัดเวลาไปได้มากขึ้นค่ะ  เช่น หาร้านค้าแบบ one-stop-service ไปทีเดียวได้หลายๆอย่างๆใน package จะได้ช่วยประหยัดเวลาในการตระเวนหาร้าน และการตามเรื่องกะร้านต่างๆค่ะ เช่น เพื่อนๆอาจจะหาช่างกล้อง ที่ถ่ายทั้งวันงาน ถ่าย prewedding ได้ และได้ Presentation ไปเลยทีเดียว อะไรแบบนี้ ^^

Tip #3: ตัด Detail ออก

คือนัทเข้าใจแล่ะว่าทุกคนก็อยากจะให้งานแต่งงานเราฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งสวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าเพื่อนๆก็อาจจะต้องทำใจยอมตัดรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่จำเป็นออก เพื่อรักษาภาพใหญ่ที่สำคัญค่ะ  ยิ่งอะไรที่เป็น DIY ประดิษฐ์นู่นนี่ อาจจะต้องยอมแพ้ตัดทิ้ง หรืองานอะไรที่ต้องใช้เวลา อย่างติด tag ของชำร่วย ผูกริบบิ้น พิมพ์ซองการ์ดอะไรอย่างงี้ อาจจะต้องแบ่งให้คนอื่นช่วยทำแทนให้ค่ะ

 

เอาจริงๆนัทว่าสิ่งที่สำคัญมากๆก็คือการประเมินสถานการณ์แบบ honest จริงๆ อันไหนทำได้ ทำไม่ได้ ยอมรับความเป็นจริงเนี่ยแล่ะค่ะ  เราจะได้รู้ว่าควรแบ่งงานไหนออกไปบ้าง หรือควรตัดอะไรทิ้งไปค่ะ  ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีเทคนิคอื่นๆอยากแนะนำสาวๆในเพจก็ลองแชร์ไว้ใน comment ก็ได้นะคะ จะได้มีประโยชน์กับว่าที่เจ้าสาวคนอื่นๆด้วยค่ะ 🙂

 

 Back to questions list

 

ขอไฟล์เตรียมงานแต่งงาน:
E-mail:*
แต่งงานเดือน*
แต่งงานปี*

 

 

16 Responses

  1. เหนื่อยมากค่ะ ทุกอย่างเร่งรีบ ตอนแรกที่ได้ฤกษ์มายังงงๆอยู่เลยว่าต้องทำอะไรก่อนเริ่มไม่ถูกเลยค่ะ แต่โชคดีที่ได้เพื่อนที่เป็นพ่องานแม่งานเก่งเลยผ่านไปได้อย่างดีค่ะ ^^

  2. Buddharat SumMer Wongnakorn Phangpun

  3. Soda Kim Jakkapong Wongsaengpaiboon 3 months to go!!

  4. Porpy Libellule ให้เพื่อนพี่ปออ่านเลยค่ะ

  5. Anniezz Bussaya