The Okura Prestige Bangkok: Wedding Showcase 2018

ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก มีรถไฟฟ้าเข้าถึง นัทว่าชื่อของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok น่าจะเด้งขึ้นมาเป็นหนึ่งในโรงแรม Top of mind ของใครหลายๆคนแน่นอนค่ะ จริงๆนัทเคยเขียน Review ห้องจัดงานแต่งงานของ Okura ไปอย่างละเอียดแล้วรอบนึงเมื่อช่วงต้นปี 2017 นะคะ ลองกดอ่านกันดูที่ link นี้ได้เลยน๊า รับรองอ่านแล้วจะรู้จัก และเห็นภาพว่าห้องสำหรับจัดงานแต่งงานที่โรงแรม Okura เป็นแบบไหนแน่นอนค่ะ (http://wedding-campus.com/wp/index.php/2017/03/24/review-the-okura-prestige-hotel/)  ซึ่งหลังจากนัทเขียน review ครั้งนั้นไป ก็ยังมีเพื่อนๆ inbox เข้ามาพูดคุยสอบถามถึงโรงแรมนี้อยู่เรื่อยๆ  พอมาปีนี้นัทมีโอกาสได้ไป Wedding Showcase เมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว นัทเลยถือโอกาสเข้าไปอัพเดทข้อมูล และถ่ายรูปสวยๆมาฝากเพื่อนๆด้วย ซึ่งครั้งนี้ทางโรงแรมเค้าแต่งห้องได้สวยอลังการมากจริงๆค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่คุ้นหูกับชื่อของโรงแรม The Okura Prestige นัทขอเล่า background ให้ฟังคร่าวๆนะคะ ^-^

The Okura Prestige Bangkok เป็นโรงแรมในเครืออันโด่งดังของทางญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเรื่อง quality of service นี่เราไม่ต้องกังวลเลยล่ะค่ะ โรงแรมนี้เปิดตัวในไทยได้ประมาณ 6 ปี บริเวณต่างๆในโรงแรมรวมถึงห้อง Grand Ballroom และห้อง Sora ที่ใช้จัดงานแต่งงานจึงยังสวยกิ๊งใหม่เอี่ยมมากเลย

โรงแรม The Okura Prestige อยู่บนตึก Park Venture ตึกที่เป็นกระจกโค้งๆใสกิ๊งตรงถนนเพลินจิตค่ะ ถ้าเพื่อนๆมาจากทางถนนสุขุมวิท โรงแรมจะอยู่ซ้ายมือตรงหัวมุมที่เลี้ยวเข้าถนนวิทยุ เค้ามีทางเชื่อมจาก BTS เพลินจิตด้วยนะคะ ตัวทางเดิน sky walk ของ BTS เนี่ย เชื่อมไปที่ Central Embassy และเซนทรัลชิดลมได้เลยค่ะ จริงๆบางช่วงเวลาถนนเส้นนี้รถติดเหมือนกันนะ การที่โรงแรมอยู่ตรง BTS ก็ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับแขกที่ไม่สะดวกขับรถมาค่ะ

 

ถ้าให้นัทนิยาม style ของโรงแรมนี้ นัทว่าคำว่า Modern Luxury น่าจะเหมาะที่สุด เพราะ theme การออกแบบต่างๆจะค่อนข้างทันสมัย ไม่มีความหลุยส์ๆทองๆลายพร้อยให้เราเห็นเลย แต่จะค่อนไปทางเรียบโก้ดูหรูหราด้วยพื้นหินอ่อนเงาวับ กับของตกแต่งต่างๆที่เป็นกระจก หรือเป็นสี copper ทองแดงซะเป็นส่วนมาก

 

ถ้าเราขึ้นบันไดเลื่อนจาก lobby มาถึงชั้น 3 ก็จะเป็นบริเวณที่ใช้สำหรับจัดงานแต่งงานทั้งหมด เราเลยสามารถตกแต่งพื้นที่บริเวณนี้ได้เต็มที่ค่ะ นัทว่าทางโรงแรมเค้าจัดวางพื้นที่ได้ลงตัวพอดีๆเลยนะคะ คือพอเราขึ้นมาจากบันไดเลื่อนปุ้บ ก็จะเจอบริเวณโต๊ะ reception  เราอาจจะวาง Gallery ตามทางเดินเพื่อนำทางให้แขกเดินไปถึงบริเวณ backdrop ซึ่งตรง Backdrop ของที่ Okura จะดีตรงที่เพดานสูง ดูโปร่ง ไม่อึดอัด เวลาถ่ายรูปออกมาจะสวยค่ะ

สำหรับห้องหลักที่ใช้จัดงานแต่งงานของที่นี่ก็คือห้อง Grand Ballroom ค่ะ  แต่ว่าเค้าจะมีห้อง Sora อีกห้องอยู่ติดกันเลย สามารถเปิดเชื่อมถึงกันได้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะจัดเฉพาะในส่วนของห้อง Grand Ballroom หรือว่าจะเปิดโล่งสองห้องติดกัน ถ้าเราจัดงานแบบ Cocktail ห้อง Grand Ballroom จะสามารถรองรับแขกได้ประมาณ 500-600 คน ถ้าเป็นแบบโต๊ะจีนจะจัดได้ประมาณ 300-320 คน หรือประมาณ 250 คนถ้าเราจัดแบบ Buffet ค่ะ หรือเพื่อนๆอยากจัดงานแบบ sit-down dinner ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ถ้าพูดถึงจุดเด่นของห้อง Grand Ballroom ที่ Okura ส่วนตัวนัทว่าไม่มีอะไรโดนใจนัทเท่ากับเพดานที่สูงสุดๆถึง 9 เมตร กับแชนเดอเลียแสนสวยที่มันดู modern และหรูหราสุดๆ คือมากี่ทีนัทก็ wow ทุกที และที่นัทตื่นเต้นที่สุดก็คือ งาน wedding fair ครั้งนี้ได้ Chic Planner มาตกแต่งห้อง Grand Ballroom ที่สวยมากอยู่แล้ว ให้สวยพีคขึ้นกว่าเดิมอีก ด้วยการใช้คริสตัลตกแต่งทั้งห้อง คือนัทเดินเข้าไปถึงกับตกตะลึง 5555 คือเพื่อนๆลองนึกภาพตามว่าเพดานห้องที่สูง 9 เมตรมีแชนเดอเลียคคริสตัลส่องแสงวิบวับ แล้วยังมีม่านคริสตัลห้อยระย้าเป็นเส้นๆลงมาทั้งห้องเหมือนฝนดาวตก เสริมด้วยการแซมคริสตัลเข้าไปในรายละเอียดตกต่างส่วนต่างๆอย่างพอดิบพอดี พอโดน spotlight ส่องเข้าไปมันเลยเกิดปรากฏการณ์แสงระยิบระยับวิบวาวไปหมดทั้งห้อง OMGGG!!!  คือมันสวยมากกกจนนัทไม่รู้จะบรรยายยังไง 5555 รูปที่ถ่ายด้วยฝีมือก๊องแก๊งของนัทไม่สามารถถ่ายทอดความสวยได้หมดจริงๆค่ะ

 

นอกจากนี้ทางโรงแรมยัง showcase การตกแต่งซุ้มอาหาร โต๊ะอาหารต่างๆด้วยการใช้ inspiration มาจาก brand ดังๆ เช่น Tiffany&Co ที่เค้าดึงเอาสีฟ้า turquoise ของ brand มาใช้แต้มสีสันให้โต๊ะอาหาร หรือเอาสีน้ำเงินเข้มเท่ห์ๆ Ralph Lauren มาใช้เป็น inspiration ในการแต่งโต๊ะแบบ sit-down dinner ที่ให้ความรู้สึกนุ่มลึกหรูหราเหมาะกับคู่บ่าวสาวที่ไม่อินกับแนวหวานฟรุ้งฟริ้งจนเกินไปค่ะ

ในส่วนของห้อง Sora ที่อยู่ติดกันกับห้อง Ballroom เนี่ย จุดเด่นๆเลยคือเพดานสูง แชนเดอเลียที่ดู modern กับกระจกรอบด้านที่ทำให้ห้องดูโปร่ง ยิ่งถ้าเพื่อนๆจัดงานเช้าที่นี่ เราจะได้รับ daylight เต็มๆ ทำให้ feeling มันดูละมุนละไมอบอุ่นไปหมดเลยค่ะ  ส่วนถ้าเราจัดงานกลางคืนแบบเลือกใช้ห้อง Sora ด้วย ทางโรงแรมจะจัดเก้าอี้ไว้ในห้องนี้เยอะมาก เหมาะสำหรับแขกผู้ใหญ่ที่ไม่อยากยืนนานๆ อยากนั่งคุยกันสบายๆมานั่งคุยกันในห้องนี้ค่ะ  หรืออาจจะเอา food stall มาไว้บริเวณห้องนี้ก็ได้ จะได้ไม่ทำให้ space ในห้อง Grand Ballroom ดูแน่นจนเกินไปค่ะ

ส่วนเรื่องของอาหาร หรือ technical support ต่างๆนัทเคยเขียนรายละเอียดไว้ใน article ที่นัทแปะ link ไว้ด้านบน เพื่อนๆลองกดไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้นะคะ

สำหรับเพื่อนๆที่อ่านจนถึงตรงนี้แล้วเริ่มตกหลุมรัก Okura อยากจัดงานแต่งงานที่นี่ นัทแนะนำว่าลองนัด wedding specialist ของทางโรงแรมเพื่อเข้าไปดูสถานที่จริงเลยค่ะ ทางทีมที่นี่น่ารักมากๆเลย แล้วช่วงนี้ทางโรงแรมเค้ามี promotion ด้วยนะคะ คือถ้าเพื่อนๆมีฤกษ์จัดงานภายในสิ้นปี และตกลงจองสถานที่ จ่ายค่ามัดจำภายในเดือนมิถุนายน ทางโรงแรมเค้าจะมีของแถมให้หลายอย่างเลย เช่นมีเบียร์สดให้ 1 ถัง ให้จัดงาน after party พร้อมน้ำอัดลมเติมไม่อั้นแขก 50 ท่านฟรีหนึ่งชั่วโมง ได้ห้องแต่งตัวเพิ่มอีก และอื่นๆอีกหลายอย่างเหมือนกัน เอาเป็นว่าเพื่อนๆที่สนใจลองติดต่อทางโรงแรมโดยตรงโลดเลยนะคะ (Tel. 02 687 9000)