Review: จัดงานแต่งงานใจกลางเมืองในงบ 300,000 ที่ Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

วันนี้นัทจะพาเพื่อนๆไปส่องสถานที่จัดงานแต่งงานอีกแห่งที่อยู่ตรงอโศกเลยค่ะ นั่นก็คือโรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit ในเครือ AccorHotels ที่เพิ่ง renovate มาได้ไม่นานค่ะ

 

Fact sheet

ที่ตั้ง: อโศก (สุขุมวิท 21) ฝั่งตรงข้ามห้าง Terminal 21 อยู่ใกล้ BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท
ความจุ: 500 คนสำหรับงานแบบ cocktail, 30-35 โต๊ะสำหรับจัดแบบโต๊ะจีน
ที่จอดรถ: จอดได้ 250 คันแบบเข้าซอง
ราคา: งบเริ่มต้นที่ 300,000 THB
Style: คอกเทล บุฟเฟต์อาหารนานาชาติ โต๊ะจีน บุฟเฟต์อาหารอินเดีย
Tel: 02 204 4000 Ext. 4118
Email: WD@PULLMANBANGKOKGRANDESUKHUMVIT.COM
Website: www.pullmanbangkokgrandesukhumvit.com/th/bangkok-weddings/

 

Getting to know Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

อย่างที่นัทเกริ่นไปตอนแรก Pullman Bangkok Grande Sukhumvit เป็นโรงแรมในเครือ AccorHotels ค่ะ และถือเป็นน้องใหม่ภายใต้กลุ่ม Pullman คือเป็นสาขาที่ 3 ของ Pullman ในกรุงเทพฯ  นัทเดาว่าเพื่อนๆหลายคนยังนึกไม่ออกว่ามี Pullman ตรงอโศกด้วยหรอใช่ม๊า จริงๆแล้วที่นี่ก็คือโรงแรม Grand Millennium เก่าค่ะ แล้วทาง Pullman เข้ามา renovate ได้ประมาณ 1 ปีเอง โดยที่ทาง Pullman ได้เพิ่ม facility ต่างๆให้แขกเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของ Wedding ที่ทางโรงแรมจะเน้น focus มากขึ้นในปีนี้ค่ะ

 

Location

โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit อยู่ตรงอโศกค่ะ ใกล้ๆกับ Termintal 21 ถ้ามาจากเพชรบุรีโรงแรมจะอยู่ซ้ายมือ ถ้ามาจากฝั่งสุขุมวิทโรงแรมจะอยู่ขวามือค่ะ  จริงๆย่านอโศกนี่เป็นหนึ่งใน zone ที่นัทกลัวมาก เพราะรถมัน super ติดนรกแตก แต่ว่าโรงแรมนี้อยู่ใน location ที่สะดวกมาก เพราะมีทั้ง BTS และ MRT ตั้งอยู่ใน walking distance ครบเลยค่ะ เลยถือเป็นการเดินทางอีกหนึ่ง option ให้แขกที่ไม่อยากขับรถฝ่ารถติดมาได้เลือกใช้ค่ะ  แต่ตัวสถานีไม่ได้เชื่อมกับโรงแรมนะคะ  แขกต้องเดินบนฟุตบาทมาที่โรงแรม ซึ่งถ้าฝนตก หรืออากาศร้อนมากๆอาจจะลำบากสำหรับแขกเหมือนกันค่ะ

Parking

จริงๆที่นี่มีตึกจอดรถด้านหลังแยกออกมาจากตัวโรงแรม แต่ก็มีทางเดินเชื่อมถึงกันนะคะ โดยที่จอดรถจุได้ประมาณ 250 คันแบบอยู่ในช่องจอดเรียบร้อย แต่อาจจะได้มากขึ้นนิดหน่อยถ้ามีการจอดขวางๆกันค่ะ ส่วนตัวนัทว่าที่นี่เป็นที่จอดรถปราบเซียนเลยแล่ะ คือถ้าวันนั้นนัทขับรถไปเอง รับรองว่ามีการฝากรอยสีรถไว้ที่กำแพงที่จอดทั้งแถบแน่ๆ 5555 เพราะตรงทางขึ้นทางลงมันตีวงยากมากกกกก ถ้าใครขับรถไม่แข็งอาจจะต้องระวังนิดนึง จุดที่นัทชอบอย่างนึงก็คือ เค้ามีทางเชื่อมจากอาคารจอดรถชั้น 4 เดินเข้าบริเวณ reception ของงานแต่งงานเราได้เลย เพราะฉะนั้นเราสามารถตกแต่งตรงทางเดินเชื่อมตรงนี้ให้เป็นไปตาม theme งานแต่งงานเราได้เลยค่ะ เรียกว่า build ให้แขกอินไปกับ mood งานแต่งงานของเราตั้งแต่ลงจากรถกันเลยทีเดียว ^-^

Reception Area

เมื่อเราขึ้นมาที่ชั้น 4 ของโรงแรม area ทั้งหมด รวมทั้งทางเชื่อมที่จอดรถจะเป็นเหมือน private zone สำหรับงานแต่งงานของเราเลยค่ะ ซึ่งจุดนี้นัทชอบมากนะ เพราะเพื่อนๆสามารถ design ได้ว่าอยากจะตกแต่งอะไรตรงไหน พอแขกขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงชั้น 4 ปุ๊บ แขกก็จะรู้สึกมีส่วนร่วมไปกับงานของเราได้ทันทีเลย นัทสังเกตว่าจุดเด่นอย่างนึงของที่นี่ก็คือ การใช้แผงเหล็กสีเงินมันวับเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งหลายๆจุดเลย มันเลยดึงให้ภาพรวมของสถานที่ดู modern ขึ้น แต่เราก็สามารถเติมความหวานเข้าไปได้ด้วยการตกแต่งรายละเอียดหวานๆเข้าไปในนะคะ นัทเคยไปงานแต่งงานเพื่อน เค้าเอาเทียนอันเล็กๆ กับดอกไม้จิ๋วๆ ไปวางตกแต่งตรงแผงเหล็ก ออกมาดูน่ารักเลยล่ะค่ะ  

Grand Ballroom

พอเราเดินรอบส่วน reception area ก็ไปดูห้อง Grand Ballroom กันต่อดีกว่าเนอะ เดี๋ยวนี้เค้าฮิตทำเป็นอุโมงค์ผ้าสวยๆตรงทางเข้างานใ่ช่ม๊า วันที่นัทไปทางโรงแรมก็ตกแต่งเป็นอุโมงค์ไว้สวยเลย ถือว่า space ทั้งความกว้าง ความสูงสามารถตอบโจทย์เพื่อนๆที่อยากมีอุโมงค์เข้างานเลยล่ะค่ะ ^-^

พอเดินเข้ามาในตัวห้อง Grand Ballroom ปุ๊บ สิ่งแรกที่นัทรู้สึกก็คือ เพดานสูงดีจัง คืออาจจะไม่ได้สูงที่สุดเท่าที่นัทเคยเจอ แต่ด้วยความที่ห้องที่นี่ค่อนข้างกว้าง ไม่มีเสาบังเลย มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกโล่งโปร่งสบายตาค่ะ นัทลองถามคุณอุ๋ม PR ของทางโรงแรมว่าเพดานนี้สูงเท่าไหร่ ก็เลยรู้ว่าเพดานเค้าสูงตั้ง 6 เมตรแน่ะ ถ้าอยากมีรูปช้อตโยนดอกไม้สวยๆนี่ทำได้สบายมาก ไม่มีการโยนดอกไม้แล้วกระแทกเพดานแน่ๆค่ะ ^-^”

นอกจากเพดานสูงๆแล้ว อีกอย่างที่เตะตานัทมากก็คือตัว Chandelier ค่ะ เพราะส่วนมากเราจะเจอแบบ Chandelier  คริสตัล หรือแบบแก้วใสสวยๆซะเป็นส่วนมาก แต่ที่นี่เค้าออกแบบเป็นรูปทรงเก๋ๆแทน ตอนแรกนัทดูไม่ออกจริงๆว่าเป็นรูปทรงอะไร  แต่คุณอุ๋มเฉลยให้ฟังว่า Chandelier ของที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของห้องเลย เป็นรูปทรงท้องมังกรที่ถือเป็นฮวงจุ้ยนำโชคนั่นเองค่ะ ตัวไฟจะออกสีส้มทอง (Orange Gold) ถ้าเรา dim ไฟในห้องมืดๆ ตัว Chandelier จะเด่นมากเลยแล่ะ  เพื่อนๆอาจจะเลือกย้อมสีไฟห้องเพิ่มเติมก็ได้เหมือนกันนะคะ ลองสอบถามทางโรงแรมเพิ่มเติมดูน๊า

เห็นห้องกว้างๆแบบนี้นัทเลยถามคุณอุ๋มต่อว่าห้องนี้จุได้กี่คน คุณอุ๋มเล่าให้ฟังว่าถ้าเพื่อนๆเลือกจัดงานแบบคอกเทล ห้องจะสามารถจุคนได้ประมาณ 500 คนสบายๆเลยค่ะ  ถ้าเราเลือกจัดแบบโต๊ะจีนก็จะจัดได้ประมาณ 25 โต๊ะค่ะ

ห้อง Grand Ballroom ของที่นี่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอนค่ะ นัทกะด้วยตาคิดว่าห้องน่าจะกว้างประมาณ 25 เมตรนะ โดยมีเวทีอยู่ตรงกลาง ไม่มีเสาบังเลย นัทว่าตรงนี้จะเป็นข้อดีที่ทำให้แขกสามารถเห็นเวทีได้ชัดทุกมุม ไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนของห้อง แต่ทางโรงแรมก็มีจอ LCD ใหญ่บึ้ม size 3*4 เมตรให้อีกสองจอ สองมุมห้องเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อนๆไม่ต้องกังวลเลยค่ะ แขกในงานจะเห็นพิธีการต่างๆได้ชัดเจนแน่นอน

ลักษณะการตกแต่งของห้องจะเรียบๆ clean ไม่ได้มี theme อะไรเด่นชัดจนเกินไป ซึ่งนัทมองว่ามันง่ายสำหรับเพื่อนๆที่อยากตกแต่งงานให้เข้ากับ theme กับตัวเอง เพราะถ้าเกิดการตกแต่งของห้องจัดงานมันมี character มากเกินไป บางทีถ้า theme ที่เราอยากได้ ขัดกับภาพรวมของห้อง มันก็จะตกแต่งยากเหมือนกันค่ะ

นัทว่าอีกเรื่องนึงที่เพื่อนๆหลายๆคนมักจะสงสัยเวลาเข้าไป observe สถานที่แต่งงานก็คือ แล้วถ้าเราอยากตกแต่งเพิ่มเติมล่ะ ทางโรงแรมอนุญาติมั้ย มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า ซึ่งคุณอุ๋มก็เล่าให้ฟังว่า ทางโรงแรมเองได้จับมือเป็น partner กับ organizer อยู่แล้วค่ะ เพื่อให้เพื่อนๆที่เลือกจัดงานแต่งงานที่นี่สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องวิ่งหา organizer อีก แถม organizer เจ้าที่ partner กับทางโรงแรมก็จะรู้จัก เข้าใจภาพรวมของห้องมากที่สุด ทำให้สามารถแนะนำสาวๆได้ว่า ตกแต่งแบบไหนสวย แบบไหนจะเข้ากับสถานที่ค่ะ  หนึ่งใน partner ของทางโรงแรมก็คือ Seethrough ที่นัทมั่นใจว่าสาวๆน่าจะรู้จักกันอยู่แล้วเนอะ หรือเพื่อนๆลองสอบถามทางโรงแรมได้นะคะว่ามีเจ้าไหนอีกรึเปล่า ข้อดีของการใช้ organizer ที่เป็น partner กับทางโรงแรมก็คือการที่เราไม่ต้องจ่ายค่านำเข้านี่แหล่ะค่ะ  เพราะถ้าเพื่อนๆใช้เจ้าอื่น ทางโรงแรมจะมีเก็บค่านำเข้าด้วยค่ะ เพื่อนๆลองคำนวนดูละกันน๊า ว่าแบบไหนจะเข้ากับงบในกระเป๋าเพื่อนๆมากที่สุดค่ะ

Food: ‘Good Balance is the key’

วันที่นัทไป นัทมีโอกาสได้เจอคุณ Thomas Singenberger, Director ฝ่าย Food&Beverage และคุณ Pedro Carrillo, Executive Chef ของทางโรงแรมพอดีเลย นัทเลยถือโอกาสสัมภาษณ์คุณ Thomas ไปด้วยเลย โดยคุณ Thomas เล่าให้นัทฟังว่า ทางโรงแรมจะให้ความสำคัญกับ “Good Balance” ของอาหารในงานมากที่สุดค่ะ  นั่นคืออาหารต้องหน้าตาดูดี ไม่อายแขก รวมทั้งต้องใส่ใจกับ theme ของงานแต่งด้วย ซึ่งนัทสังเกตว่าทางโรงแรมให้ความสำคัญเรื่องนี้จริงๆค่ะ อย่างการจัด line cocktail ของที่นี่ก็ค่อนข้างน่ารักเก๋ๆไม่เหมือนใครด้วยแล่ะ  อย่างเอากระดาษลายตัวอักษรมาวางตกแต่ง line อาหาร มันก็ช่วยดึงให้งานมีดีเทลไม่น่าเบื่อเลยค่ะ  แต่หน้าตาอาหารดูดีอย่างเดียวก็ไม่พอนะคะ คุณ Thomas บอกว่าเราต้อง balance ด้วยความอร่อยของอาหาร ต้องทำยังไงก็ได้ให้แขกที่มางานแต่งงานของเรา กินอร่อย อิ่มท้องกลับบ้านค่ะ  จุดที่นัทชอบมากก็คือ ถ้าเพื่อนๆตัดสินใจจัดงานแต่งงานที่นี่ มัดจำแล้ว เราสามารถ request ขอชิมอาหารได้ค่ะ เราจะได้มั่นใจได้ว่ารสชาติอาหารจะเป็นยังไง ถูกปากมั้ย  อาหารที่นี่จะเด่นเรื่อง international menu แต่ว่าอาหารจีนเค้าก็มั่นใจว่าอร่อยเหมือนกัน เพราะเชฟอาหารจีนที่นี่เคยไปแข่งเชฟกะทะเหล็กด้วยแล่ะ ตัวนัทเองยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองชิมอาหารจีนของที่นี่ ถ้าใครเคยชิมมาเล่าให้ฟังบ้างน๊าว่าอร่อยขนาดไหน ^-^

อีกอย่างที่คุณ Thomas ให้ความสำคัญก็คือเรื่องขนมหวานค่ะ เพราะงานแต่งงานจะไม่สมบูรณ์แบบเลยถ้าขาดขนมหวานหน้าตาสวยๆรสชาติอร่อยๆ  คุณ Thomas บอกนัทว่าที่ Pullman Grande Bangkok Sukhumvit มั่นใจรสชาติขนมหวานของทางโรงแรมมากๆ นัทชิมแล้วก็อร่อยจริงๆแล่ะ และอีกจุดที่ทางโรงแรมให้ความสำคัญก็คือเค้กแต่งงาน ที่เราสามารถเลือกสี เลือกแบบให้เข้ากับ theme งานแต่งงานของเราได้ค่ะ 🙂

 

Junior Grand Ballroom

หลังจากเดินเที่ยวห้อง Grand Ballroom ห้องจัดงานหลักของที่นี่ไปจนทะลุปรุ่โปร่งแล้ว คุณอุ๋มก็พานัทเดินเที่ยวต่อที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้อง Junior Grand Ballroom ค่ะ ห้องนี้ก็มี layout และขนาดคล้ายห้อง Grand Ballroom เลย เพียงแต่เพดานต่ำกว่า นัทกะด้วยตาคิดว่าเพดานน่าจะสูงประมาณ 3.5 เมตรนะ คืออยู่ในระดับที่ผู้หญิงตัวสูงยักษณ์แบบนัทไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ

ห้อง Junior Grand Ballroom ซอยย่อยเป็นห้องเล็กๆได้ 3 ห้อง โดยมี partition แบ่งไว้ หรือเพื่อนๆจะเปิดโล่งทั้ง 3 ห้องก็ได้ทางโรงแรมจัดพื้นที่ส่วนนี้สำหรับจัดงานหมั้น งานพิธีไทย หรือพิธียกน้ำชาแบบจีนค่ะ โดยที่ทางโรงแรมสามารถจัด set up พวกเวที เก้าอี้ที่ใช้ในพิธีการ เก้าอี้สำหรับแขก ให้เหมาะกับรูปแบบงานของเพื่อนๆได้ค่ะ  ด้วยความที่มี partition เราอาจะกั้นส่วนนึงไว้สำหรับพิธีการ พอจบพิธีการค่อยเปิดอีกส่วนสำหรับทานอาหารก็ได้นะคะ พื้นที่จะได้เป็นสัดเป็นส่วนเรียบร้อยค่ะ

นอกจากส่วนของ Junior Grand Ballroom แล้ว ชั้น 3 ก็ยังมีห้องจิ๋วน่ารักอีกห้องไว้สำหรับเป็นที่เก็บตัวเจ้าสาว พอเจ้าบ่าวแห่ขบวนขันหมากมา จะได้รับตัวเจ้าสาว แล้วเดินมาห้องจัดพิธีการที่อยู่ใกล้ๆกันได้สะดวกเลยค่ะ  

นัทแอบเห็นว่าชั้น 3 ยังมีออกห้องสำหรับจัด after party ด้วยแล่ะ นัทไม่ได้เข้าไปดูเอง แต่คุณลุงแอบถ่ายรูปเก็บไว้ นัทว่าเค้าตกแต่งไว้ดูดีเลย ถ้าเพื่อนๆสนใจลองถามรายละเอียดจากทางโรงแรมได้เลยนะคะ

 

Presidential Suite

หลังจากเดินทัวร์ชั้น 3 เสร็จ คุณอุ๋มก็พานัทเที่ยวต่อที่ชั้น 28 ทีเป็นที่ตั้งของห้อง Presidential Suite ค่ะ  จริงๆห้องนี้เป็นเหมือนห้องพักแบบอลังการ มีห้องรับแขก ห้องนอน ห้องน้ำไฮโซแยกเป็นส่วนๆสวยงามเลย แต่เราสามารถใช้ห้องนี้จัดเป็นพิธีหมั้น หรือยกน้ำชาแบบส่วนตัวได้เลยนะคะ เพราะตรงโซฟาหลักของห้องวางอยู่กลางห้อง มีหน้าต่างบานใหญ่ยักษ์เป็นฉากหลัง เลยเหมาะสำหรับจัดพิธีต่างๆได้เลยค่ะ แต่อาจจะต้องเป็นงานที่มีแขกน้อยๆ private มากๆ ไม่งั้นจะดูแน่นเกินไปค่ะ  หรืออีกอย่างที่จัดได้ก็คือปาร์ตี้สละโสดสนุกๆค่ะ โดยทางโรงแรมเค้าเตรียม package ทั้งค่าเช่าห้อง อาหาร หรือจะรวมตกแต่งแต่งห้อง ไว้ให้สาวๆได้เลือกเรียบร้อยเลย ถ้าใครสนใจลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมดูนะคะ

ก่อนนัทจะพุ่งตัวกลับบ้านไปให้นมเบบี๋ตัวน้อย คุณอุ๋มขอพานัทไปดูอีกหนึ่งไฮไลท์ของโรงแรมที่ชั้น 23  ตอนแรกนัทคิดว่าเป็นห้องจัดงานอีกห้องรึเปล่า  ปรากฎว่าไม่ใช่ฮ่ะ  มันเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆของทางโรงแรมที่สวยสมกับที่คุณอุ๋มอยากพานัทไปดูจริงๆ นัทนี่วิ่งไปโพสท่าถ่ายรูปให้คุณลุงถ่ายให้อย่างไว แล้วก็ขอให้ทางโรงแรมส่งรูปมาให้นัทแชร์ให้เพื่อนๆดูด้วยเพื่อความชัวร์ว่าเพื่อนๆจะเห็นภาพสวยเหมือนของจริง 55   คือตัวภายนอกโรงแรมเค้าใช้กระจกตกแต่งเป็นหลัก แล้วก็มีรูปทรงตึกเป็นเรือ เพื่อเสริมฮวงจุ้ย  แล้วตรงจุดที่คุณอุ๋มพานัทมาดูเนี่ย เป็นจุดที่เป็นหัวเรือ มองไปเราเลยเห็นกระจกใสกิ๊งโค้งเข้าหากันตรงหน้าพอดี แล้วก็เปิดโปร่งโล่งทั้งบนทั้งล่าง เหมือนเราอยู่หัวเรือจริงๆค่ะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนมาจัดงานแต่งงานที่นี่ต้องอย่าลืมมาโพสท่าถ่ายรูปสวยๆตรงจุดนี้นะคะ อาจจะแจ้งทีม wedding specialist ของโรงแรมล่วงหน้าหน่อย เค้าจะได้จัดเตรียมเคลียร์พื้นที่ให้สะดวกในการถ่ายค่ะ ^-^

 

Pullman Bangkok Grande Sukhumvit เหมาะกับเจ้าสาวแนวไหน?

นัทว่าที่นี่เหมาะกับสาวๆที่อยากได้โรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจริงๆ และอยากจัดในโรงแรมที่มีชื่อเสียง มั่นใจในบริการได้เลยค่ะ เพราะ Pullman เองก็มีประสบการณ์การจัดงานแต่งงานเยอะอยู่แล้ว เค้าจึงรู้ว่าว่าที่เจ้าสาวต้องการอะไรบ้างในงานแต่งงาน ทางโรงแรมก็จะเตรียมอำนวยความสะดวกไว้ให้พร้อม อยู่ใน range ราคาที่สมเหตุสมผลกับ location และสิ่งที่โรงแรมจัดไว้ใน package ค่ะ

 

แต่ข้อที่ต้องคิดถึงนิดนึงก็คือเรื่องรถติดที่เราคงเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะแยกอโศกรถติดตอนช่วงเย็นๆตลอด เพื่อนๆที่อยากจัดงานที่นี่คงต้อง flexible เรื่องเวลาเริ่มงานหน่อย อาจจะเริ่มตรงแผนกำหนดการเป๊ะๆไม่ได้ คงต้องอาศัยให้แม่งานเชคดูว่าแขกมาประมาณ 80% แล้วค่อยเริ่มพิธีการก็ได้ค่ะ เผื่อเวลาให้แขกที่รถติดซะหน่อย  แต่ก็โชคดีที่มี BTS/ MRT อยู่ใกล้ๆพอดี มันก็เลยกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับแขกที่ไม่อยากฝ่าฟันรถติดค่ะ

 

ถ้าเพื่อนๆอ่านจบแล้วสนใจอยากจัดงานแต่งงานที่นี่ ลองดูใน Package ที่นัทแปะไว้ข้างล่างนี้ก่อนก็ได้นะคะว่า ความจุแขก และราคาอยู่ใน planของเพื่อนๆรึเปล่า นัทมีรายละเอียดติดให้เพื่อนๆไว้เรียบร้อยแล้วเผื่อใครอยากติดต่อทางโรงแรมโดยตรงค่ะ ^-^