Checklist สำหรับว่าที่เจ้าสาวที่อยากจัดงานแต่งงานที่บ้าน

posted in: Wedding 101 | 0

มีเพื่อนๆคนไหนอยากจัดงานแต่งงานที่บ้านแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเตรียมตัวยังไงบ้างรึเปล่าคะ หรือมีเพื่อนๆคนไหนที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจัดงานแต่งงานที่บ้านดีหรือเปล่า วันนี้น่าจะถูกใจ article ของนัทแน่ๆเลย เพราะนัทจะชวนเพื่อนๆมาคิดด้วยกันว่าการจัดงานแต่งงานที่บ้านเหมาะกับตัวเราเองรึเปล่า และถ้าเหมาะ เราควรจะเตรียมตัวอะไรบ้างค่ะ 🙂

ทำไมเราถึงอยากจัดงานแต่งงานที่บ้าน?

ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าจะจัดงานแต่งงานที่บ้านดีมั้ย นัทอยากชวนเพื่อนๆมาตอบคำถามสั้นๆกันก่อน ว่าทำไมเราถึงอยากจัดงานแต่งที่บ้านค่ะ ซึ่งส่วนมากเพื่อนๆที่อยากจัดงานที่บ้านก็มาจากสองสาเหตุเป็นส่วนมาก

อยากจัดงานแต่งงานทีบ้าน เพราะอยากใช้สถานที่คุ้นเคย ผูกผัน เป็นสถานที่จัดงานของตัวเอง?”

นัทเชื่อว่าหลายๆคนเลือกจัดงานที่บ้านเพราะสาเหตุนี้เลยล่ะค่ะ คือบ้านสวย ผูกพัน ใจมาเต็มร้อยละ งั้นเดี๋ยวรอเชคในหัวข้อถัดไปนะคะว่าแล้วสถานที่เราพร้อมรับมือกับการจัดงานแต่งงานจริงรึเปล่า ถ้าไม่พร้อม จะแก้ไขได้ยังไง ^-^

อยากจัดงานแต่งงานที่บ้าน เพราะอยากประหยัดงบ?”

ข้อนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เพื่อนๆหลายคนกำลังตัดสินใจว่าจะจัดงานแต่งงานที่บ้านเพื่อคุมค่าใช้จ่าย งั้นเดี๋ยวหัวข้อถัดๆไปเพื่อนๆลองดูนะคะว่าถ้าจัดงานที่บ้าน เราอาจจะต้องจ้าง vendor มาดูแลในส่วนไหนบ้างรึเปล่า แล้วคิดเป็นเงินคร่าวๆเท่าไหร่ เทียบกับการจัดงานที่สถานที่อื่นๆแล้วประหยัดกว่าจริงมั้ย

 

เราพร้อมจัดงานแต่งงานที่บ้านจริงรึเปล่า?

ทีนี้เรามาประเมินกันดีกว่าค่ะ ว่าตัวเราเองพร้อมรับมือการจัดงานแต่งงานที่บ้านจริงรึเปล่า  โดยนัทเลือกหัวข้อหลักๆขึ้นมาสามข้อที่นัทคิดว่ามี impact ต่อการตัดสินใจของเรามากที่สุดค่ะ

 

สถานที่พร้อมมั้ย?

อย่างแรกที่เราต้องตอบให้ได้เลยก็คือ บ้านเราพร้อมสำหรับการจัดงานแต่งงานมั้ย  เพื่อนๆอาจจะค่อยๆไล่ตาม criteria ด้านล่างนี้ก็ได้ค่ะ

  • Space VS จำนวนแขก: เราจะเชิญแขกมาทั้งหมดกี่คน แล้วเราสามารถรองรับแขกทั้งหมดในบ้านเราได้มั้ย แขกจะมีพื้นที่ให้ได้ยืนนั่งแบบไม่แออัดรึเปล่า ต้องอย่าลืมด้วยนะคะว่าในวันงานเราต้องแบ่งพื้นที่บางส่วนไว้สำหรับพิธีการ บางส่วนเป็นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้วางของใช้ในพิธีการ ตั้งซุ้มอาหารบ้างไรบ้าง เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถใช้พื้นที่บ้านเต็มๆได้จริงๆค่ะ  สมมติเพื่อนๆวิเคราะห์แล้วว่า space อาจจะแน่นๆไปหน่อยสำหรับแขกทั้งหมด ลองคิดต่อดูว่ามี solution อะไรบ้างมั้ย  จะลดแขกได้รึเปล่า หรือว่าใช้พื้นที่ข้างเคียงบ้านเพื่อรองรับแขกได้มั้ย

 

  • มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับพิธีการต่างๆมั้ย?: ส่วนหลักๆที่ต้องคิดถึงก็คือพื้นที่สำหรับพิธีการสำคัญค่ะ เช่นถ้าเพื่อนๆจัดพิธีสงฆ์ ก็ต้องคิดว่าจะใช้พืันที่ส่วนไหนของบ้านเตรียมวางอาสนะ ชุดหมู่บูชาต่างๆได้บ้าง รวมไปถึงพื้นที่เวลาเจรจาสู่ขอ มีโซนที่จัดวางโซฟาสำหรับเถ้าแก่ฝ่ายชาย และบ้านฝ่ายหญิงมั้ย ซึ่งพื้นที่พิธีการอาจจะต้องมี space ให้แขกได้มีส่วนร่วมด้วยนะคะ   อีกอย่างที่เราต้องคิดก่อนก็คือ จะมีจุดไหนของบ้านที่สามารถใช้เป็นมุมสวยสำหรับถ่ายรูปได้รึเปล่า จะได้เป็น background ในการถ่ายรูปได้ค่ะ

 

  • ที่นั่งทานอาหารสำหรับแขก: ถ้าแขกให้เกียรติมาร่วมงานแต่งงานเราแล้ว การดูแลให้แขกได้ทานอาหารสะดวกสบายก็สำคัญมากๆเลยนะคะ เพื่อนๆอาจจะต้องคิดว่ามีมุมไหนที่พอจะวางโต๊ะเก้าอี้ให้แขกได้บ้าง เรามีโต๊ะเก้าอี้เพียงพอสำหรับแขกมั้ย ถ้าไม่พอ หาเช่าได้รึเปล่า หรือถ้าจำเป็นต้องจัดโซนทานอาหารที่ในสวน หรือหน้าบริเวณบ้าน จะมีที่พอกางเต้นท์ได้มั้ย

 

  • พื้นที่ใช้สอยสำหรับแขก เช่นห้องน้ำ/ ที่จอดรถ: เราสามารถรองรับแขกในจุดนี้ได้รึเปล่า ถ้าบ้านเราเองยังรองรับไม่ได้ เพื่อนๆจะสามารถหาตัวช่วยได้มั้ย เช่นเช่ารถห้องน้ำมาเพิ่ม หรือหาพื้นที่จอดรถ และคนดูแลให้แขกเราด้วย

 

มีคนช่วยมั้ย?

หลังจากพิจารณาเรื่องสถานที่ นัทอยากให้เพื่อนๆลองตอบคำถามให้ตัวเองด้วยค่ะ ว่าเรามีคนคอยช่วยเหลือดูแลในการจัดงานรึเปล่า นัทไม่ได้หมายถึงเฉพาะดูแลพิธีการในวันงานนะคะ แต่เราต้องมองเป็นสามช่วงเวลาเลยค่ะ

  • ก่อนวันงาน: เรามีคนช่วยดูแลเรื่องการทำความสะอาดบ้าน เคลียร์พื้นที่ ย้ายโต๊ะนู่นนี่นั่นเพื่อเตรียมจัดพิธีการ มุมต่างๆในงาน แล้วหรือยัง  รวมไปถึงคนที่จะช่วยเราหาอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ เช่นชุดสำหรับพิธีสงฆ์ สำหรับพิธีรดน้ำ ที่ต้องไปขอยืม ขนส่งมาจัดตั้งที่บ้านเรา

 

  • วันงาน: เรามีคนช่วยต้อนรับแขกมั้ย คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน รันคิวงาน ดูแลความสะอาดโดยรวม

 

  • หลังจบงาน: ต้องมีคนช่วยกันทำความสะอาดบ้าน คืนของทั้งหลายที่หยิบยืนมา

 

ต้องจ้าง Vendor อะไรเพิ่มบ้าง?

สำหรับเพื่อนๆที่อยากจัดงานที่บ้านเพื่อประหยัดงบ พออ่านไล่ประเมินมาทีละข้อเสร็จแล้ว เราจะเริ่มเห็นละค่ะว่ามีตรงจุดไหนบ้างที่เราจะเป็นต้องจ้างทีมงานมาช่วยจริงๆ  อาจจะเป็นทีม catering ดูแลอาหาร  หรือต้องเช่าเต๊นท์/ โต๊ะ/ เก้าอี้มาเพิ่ม เช่าห้องน้ำมาสำรอง นัทแนะนำว่าเพื่อนๆลองติดต่อหา vendor แล้วขอดูราคาคร่าวๆนะคะ เราจะได้คำนวณได้ว่าทั้งหมดคิดเป็นเงินประมาณเท่าไหร่ อยู่ใน budget เรามั้ย และถ้าเทียบกับการจัดงานที่โรงแรม/ ร้านอาหาร etc. แล้ว การจัดงานที่บ้านของเราประหยัดจริงรึเปล่า

 

Checklist: เราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

ถ้าเพื่อนๆอ่านไล่มาถึงตรงนี้ แล้วคิดตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าเราเหมาะกับการจัดงานแต่งงานที่บ้านจริงๆ เรามาไล่ดูกันดีกว่าว่าแล้วจะมีอะไรเป็น checklist สำหรับเราบ้างค่ะ  นัทพยายามแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆให้เพื่อนๆเตรียมตัวง่ายขึ้นนะคะ แต่ว่าแต่ละคู่อาจจะมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างกันออกไปได้นะคะ 🙂

 

สถานที่

  • Reception Area: เตรียมจุดต้อนรับแขกเมื่อมาถึงงาน อาจจะต้องมีโต๊ะ มีของตกแต่งน่ารักๆนิดหน่อย ให้เป็น first impression ที่ดีสำหรับแขกที่เพิ่งมาถึงงานค่ะ อย่าลืมให้มีคนประจำจุดตรงนี้ด้วยนะคะ
  • Area สำหรับส่วนพิธีการ:
    • สำหรับพิธีหมั้นอย่าลืมหาที่นั่งให้เถ้าแก่ และผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง รวมทั้่งมีพื้นที่ให้บ่าวสาวนั่งที่พื้นกราบคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ  รวมทั้งพื้นที่ให้แขกได้เป็นสักขีพยานในงานด้วยค่ะ
    • พิธีสงฆ์ต้องจัดหาอาสนะสำหรับพระสงฆ์ รวมทั้งชุดหมู่บูชา ต่างๆด้วยค่ะ ลองสอบถามกับทางวัดก็ได้นะคะ ปกติจะมีให้ยืมค่ะ
    • อย่าลืมเตรียมโต๊ะไว้วางของต่างๆ เช่นวางพานขันหมาก วางของรับไหว้ วางของชำร่วยสำหรับแขกด้วยนะคะ เตรียมพานทองใส่ของด้วยก็ดีค่ะ
  • Area สำหรับเลี้ยงอาหารแขก: เรื่องการนับจำนวนแขกให้เรียบร้อย พร้อมเผื่อๆไว้สัก 10% เป็นเรื่องที่จำเป็นมากเลยนะคะ เพื่อนๆจะได้เตรียมโต๊ะ เก้าอี้ จานชามช้อนส้อมให้เรียบร้อยค่ะ แต่นอกจากจะมีโต๊ะเก้าอี้ให้แขกนั่งแล้ว เพื่อนๆอาจะต้องเตรียมโต๊ะเปล่าไว้วางเครื่องดื่ม ขนมกรุบกริบทานเล่น หรือตกแต่งน่ารักๆเพื่อสร้างบรรยากาศให้งานแต่งงานของเราค่ะ
  • พัดลม/ เต็นท์: ใน area สำหรับเลี้ยงอาหารเนี่ย ไม่ใช่จัดเตรียมแค่โต๊ะ เก้าอี้นะคะ เราต้องดูด้วยว่าบริเวณที่จัดเป็นโซนทานอาหารมีบรรยากาศโอเคสำหรับแขกรึเปล่า อาจจะต้องกางเต๊นท์กันแดด กันฝนให้แขกหน่อยมั้ย มีพัดลมตัวใหญ่ๆช่วยระบายอากาศ เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ค่อนข้างมีความสำคัญกับแขกอยู่เหมือนกันค่ะ  นัทเคยเห็นมีร้านให้เช่าพวกเต้นท์ พัดลมตัวใหญ่ๆอยู่เหมือนกัน เพื่อนๆลองหาใน google นะคะ
  • Decoration: เพื่อนๆอาจจะลองมองหาวิธีตกแต่งบ้านตัวเองให้มีบรรยากาศมุ๊งมิ๊งเหมาะกับงานแต่งงานมากขึ้น เราไม่จำเป็นต้อง go so big อะไรขนาดนั้นนะคะ อาจจะจัดแจกันดอกไม้น่ารัก กรอบรูปนิดหน่อย DIY อะไรกันง่ายๆ ลองเปิดดูใน Pinterest ก็ได้ค่ะ น่าจะได้ไอเดียเยอะอยู่ หรือถ้าเพื่อนๆไม่อยากเครียดเรื่องการตกแต่งสถานที่ เพื่อนๆอาจจะให้ Vendor เข้ามาดูแลในส่วนนี้ไปเลยก็ได้น๊า แต่อย่างนึงที่อย่าลืมก็คือ อย่าลืมหามุมนึง set เป็นจุดขาย มี backdrop ไว้ถ่ายรูปอะไรอย่างงี้ จะได้มีภาพสวยๆออกมางัยคะ ^-^  ซึ่งมุมถ่ายรูปต้องดูแลเรื่องแสงนิดนึงนะคะ ไม่งั้นจะถ่ายรูปออกมาให้สวยยากค่ะ
  • ห้องน้ำ: เพื่อนๆอาจจะต้องดูแลความสะอาดห้องน้ำเป็นพิเศษ เตรียมกระดาษทิชชู่สำรอง สบู่ ผ้าเช็ดมือสะอาด รวมทั้งมีคนคอยดูแลความสะอาดระหว่างงานด้วยนะคะ หรือถ้าคิดว่าห้องน้ำไม่พอ เราอาจจะพิจารณาเช่ารถห้องน้ำมาสำรองให้แขกใช้งานก็สะดวกดีค่ะ
  • ที่จอดรถ: นัทเชื่อว่าทุกๆบ้านน่าจะมีปัญหาว่าเราไม่ได้มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับรองรับแขกพร้อมกันหลายสิบคน ถ้าเป็นแบบนี้เพื่อนๆอาจจะต้องดูว่าบริเวณใกล้เคียงมีจุดไหนที่พอจะใช้เป็นที่จอดรถได้มั้ย ถ้ามีลองติดต่อขอเช่าพื้นที่ หรือถ้าจำเป็นต้องจอดหน้าบ้านของเพื่อนบ้าน เราอาจจะต้องไปขอโทษ และขออนุญาติล่วงหน้าค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อนๆต้องหาคนมาคอยดูแลโบกรถ ดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้แขกที่มาร่วมงานของเราด้วยนะคะ
  • แผนที่/ ป้ายบอกทาง: Challenge อย่างนึงในการจัดงานที่บ้านก็คือ แขกจะไม่คุ้นเคยกับ location ของบ้านเราค่ะ ยิ่งถ้าอยู่ในซอยลึกยิ่งอาจจะทำให้แขกหลงได้ เพราะฉะนั้นการทำแผนที่ที่เคลียร์ไปเลยแจกแขกล่วงหน้า หรือ Share Location ให้แขกไป map ใน google map ไปเลย เป็นเรื้่องจำเป็นมากเลยนะคะ และถึงแม้จะมีแผนที่ให้แล้ว เราอาจจะทำป้ายบอกทางแปะเป็นระยะให้สะดวกสำหรับแขกก็ดีนะคะ^-^

 

คนดูแลงาน

หลังจากดูแลสถานที่เรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้แปลว่างานเราจะจัดที่บ้านได้อย่างราบรื่นนะคะ เพราะยังมีอีก factor นึงที่สำคัญมากๆก็คือการแบ่งงานให้คนช่วยดูแลค่ะ นัทลองรวบรวมหน้าที่สำคัญๆมาเป็นไอเดียให้เพื่อนๆนะคะ

  • แม่งาน/ รันคิว: คนนี้ต้องเป็นคนที่รู้ภาพรวมทั้งหมด รู้ว่ามีปัญหาในส่วนต่างๆต้องไปหาใคร ใครเป็นคนรับผิดชอบ ต้องรู้ลำดับพิธีการต่างๆเป็นอย่างดีเลยค่ะ
  • ดูแลแขกหน้างาน: คนนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน reception สวัสดีต้อนรับดูแลตอนแขกมาถึงงานค่ะ
  • ดูแลความเรียบร้อยของแขกในงาน: คนนี้อาจจะต้องวิ่งวุ่นทั่วงานนิดนึง และเป็นตัวช่วยเวลามีปัญหา
  • ดูแลแขกตอนทานอาหาร: ถ้าเราไม่ได้จ้าง Vendor มาดูแลเรื่องอาหาร เราคงต้องหาคนมาทำการเสริฟน้ำ เสริฟอาหาร
  • ดูแลความสะอาด/ ดูแลห้องน้ำ: เวลามาแขกมาหลายๆคน ใช้ห้องน้ำด้วยกัน ห้องน้ำก็อาจจะเปียกเฉอะแฉะสกปรกได้ หาคนดูแลความสะอาด stand by ไว้ รวมทั้งคอยเชคว่าพวกกระดาษทิชชู่ต่าง หมดรึเปล่า ต้องเติมใหม่รึยัง
  • ช่วยยกของ/ อุปกรณ์ต่างๆ: ถ้าเพื่อนๆจัดงานพิธีเช้าที่มีพิธีการต่างๆเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแบบไทย หรือจีน อย่าลืมหาแรงหนุ่มๆไว้ช่วยแบกนู่นนี่นะคะ เพราะเราต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างเยอะค่ะ
  • ดูแลเรื่องที่จอดรถ: ด้วยความที่บ้านเราอาจจะไม่ได้มีที่จอดรถเป็นทางการอะไรขนาดนั้น แขกอาจจะงงๆว่าจะจอดที่ไหนได้บ้าง จอดแล้วจะปลอดภัยมั้ย เราเลยต้องหาคนที่คอยโบกทาง ดูแลที่จอด ดูแลรถให้แขกหน่อยนะคะ
  • ดูแลความสะอาดหลังงานเลิก: หลังจบงานบ้านเราก็คงจะเละไปหมด 5555  งานหนักของเราก็คือการทำความสะอาดบ้านนี่แหล่ะค่ะ

 

อาหาร และเครื่องดื่ม

สำหรับเพื่อนๆที่เลือกที่จะทำอาหารเลี้ยงแขกเอง ส่วนที่ต้องนึกถึงก็คือเรื่องของจานชามช้อนส้อมแก้วน้ำค่ะ ต้องเตรียมเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ นัทเคยไปงานบ้านเพื่อนเค้าเลือกใช้พวกจานกระดาษลายสวยๆก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะคะ เลือกลาย เลือกสีให้เข้ากับ theme งานของเราก็ได้ ได้ประหยัดเวลาล้างจานไปด้วย

ส่วนเพื่อนๆที่ไม่สะดวกทำอาหารเอง เราก็สามารถเลือกใช้บริการ catering ได้  เดี๋ยวนี้มีหลายเจ้าเลยที่ทำแบบนี้ค่ะ เลือกร้านอร่อยที่เราชอบให้เค้ามาดูแลเรื่องอาหารให้เราเลย แล้วเราก็อาจจะเตรียมพวกเครื่องดิ่ม อาหารทานเล็ก ตกแต่งน่ารักๆเพิ่มเติมตามมุมต่างๆก็ได้ค่ะ

 

เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ อ่านจบแล้วน่าจะเริ่มตัดสินใจได้ว่าเราเหมาะกับการจัดงานที่บ้านเองรึเปล่า และถ้าจะจัดงานเองเราต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับเพื่อนๆที่จัดงานที่บ้านเรียบร้อยแล้ว แวะมาเล่านัท กับสาวๆคนอื่นในเพจฟังตรง facebook comment กันบ้างนะคะว่างานเรียบร้อยดีมั้ย มีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แวะเอารูปมาโชว์ด้วยก็ได้น๊า ^-^