Review: The House on Sathorn: แต่งงานในบ้านโบราณแสนสวย

มีเพื่อนๆคนไหนฝันอยากจัดงานแต่งงานในบ้านโบราณแสนสวยที่ให้กลิ่นไอหรูหรา คลาสสิคมีมนต์ขลัง แต่เพรียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัยไหมคะ? ถ้าเพื่อนๆมองหาสถานที่จัดงานแนวนี้ เพื่อนๆต้องชอบ review ของนัทในวันนี้แน่ๆเลยค่ะ เพราะนัทจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวทุกซอกทุกมุมของ The House on Sathorn บ้านโบราณสีเหลืองแสนสวยที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงสี่แยกนราธิวาสค่ะ 🙂

Fact sheet

ที่ตั้ง: หัวมุมถนนสาทร/ นราธิวาส ตรง BTS สถานทีช่องนนทรี
ความจุ: 80 คน สำหรับ sit down/ 120 คน สำหรับ cocktail
ที่จอดรถ: 350 คันในร่มทั้งหมด ถ้าไม่ขับรถสามารถเดินจาก BTS ช่องนนทรีได้
ราคา: Engagement Ceremony 120,000 THB

Wedding Reception 650,00 THB

Style: จัดได้ทั้งแบบ Thai Traditional, Chinese Ceremony, Western Ceremony
Tel: 02-344-4000
E-Mail Events.Bangkok@whotels.com
Website: www.thehouseonsathorn.com
www.facebook.com/thehouseonsathorn

Location

The House on Sathorn อยู่ในบริเวณเดียวกับ W Bangkok ตรงสี่แยกสาทร/ นราธิวาสค่ะ ตรงสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรีเลย ถ้าเพื่อนๆขับรถมาก็จะเห็นตัวโรงแรมตั้งเด่นอยู่ริมถนนใหญ่ติดกับตึก Sathorn Square ฝั่งตรงข้ามเป็นตึก Empire ค่ะ

ถ้าอยากหลีกเลี่ยงรถติด ที่ติดจริงติดจังช่วงเย็นๆหลังเลิกงาน เราก็สามารถใช้รถไฟฟ้าได้เลย มาลงที่สถานทีช่องนนทรี เดินดุ๊กๆเข้าตึก Sathorn Square เค้าจะมีทางออกเชื่อมไปที่โรงแรมเลยค่ะ เดินใกล้ๆสะดวกมากเลย

 

Parking

สำหรับเพื่อนๆที่ขับรถมา ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องที่จอดรถเลยล่ะค่ะ เพราะที่จอดรถทั้งหมดอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม ไม่ต้องเดินฝ่าแดดฝ่าฝนเลย แล้วที่จอดก็จุได้ตั้ง 350 คันแน่ะ จอดได้สบายๆเลยค่ะ

 

Getting to know The House on Sathorn

ถ้าพูดชื่อ The House on Sathorn เฉยๆ นัทเชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนอาจจะงงๆว่าคือโรงแรมอะไรอยู่ตรงไหนใช่ม๊า แต่จริงๆแล้ว The House on Sathorn คือส่วนหนึ่งของโรงแรม W Bangkok โรงแรมชั้นนำในเครือ Marriott ที่มีสาขาหลายประเทศทั่วโลกค่ะ เพราะฉะนั้นเราเลยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง quality of service เลยล่ะค่ะ  ซึ่งตัว The House on Sathorn เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้แค่ปีนิดๆเอง ตัวเรือนที่ใช้จัดงานเลยสวยงามใหม่เอี่ยม ไม่ช้ำเลยค่ะ ^-^

ตัวนัทเองนั่งรถไฟฟ้าผ่าน W Bangkok เป็นประจำ แล้วก็เห็นบ้านโบราณสีเหลืองตั้งอยู่กลางโลกยุคใหม่อันแสนวุ่นวาย มีตึกมหานครเป็นฉากข้างหลัง แต่ว่าตัวบ้านกลับดูสงบมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก นัทก็เพิ่งมาทราบเมื่อไม่นานมานี้เองว่าบ้านหลังนี้สร้างมาแล้วตั้ง 128 ปีแน่ะ  เจ้าของคนแรกเลยคือหลวงพระยาสาทร (หลวงสาทรราชายุกต์) ตั้งแต่สมัย ร. 5 นู่นเลย ซึ่งพระยาสาทรนี่ก็คือคนขุดคลองสารทรตรงถนนสาทรที่เรารู้จักกันเนี่ยแล่ะค่ะ เคยใช้เป็นสถานฑูตรัสเซียด้วยนะคะ  โดยตอนนี้ทาง W Bangkok เช่ามาทำการ และจัดการ renovate ใหม่ แต่ว่าด้วยความที่ตัวบ้านเป็นอาคารอนุรักษ์ การ renovate ต่างๆเลยอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิดเพื่อคุมโทนให้การทาสีนู่นนี่ออกมาให้เหมือนของเดิมมากที่สุดค่ะ

 

เกริ่นมาซะยาว เราเริ่มเข้าไปเที่ยวในตัวบ้านกันดีกว่าค่ะ  พอเดินเข้าไปในบริเวณทางเข้าบ้าน นัทรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดไปในละครย้อนยุคเลย เพราะตัวบ้านเองเค้าตกแต่งแนวโคโลเนียล มันให้กลิ่นไอแบบยุโรปๆผสมไทยหน่อยๆ ทั้งบานประตู หน้าต่างทั้งหลาย มันดูคลาสสิคมากเลยล่ะค่ะ

พอเข้ามาในตัวบ้านปุ้บ แสงสีจะออกมืดๆหน่อย เพราะหันไปด้านขวาเราจะเจอบาร์เก๋ๆตกแต่งแบบคลับเก๋ๆใน New York หันไปด้านซ้ายจะเจอ The Dining Room เป็นร้านอาหารแบบ Innovative Asian Cuisine with a Turkish Twist โดยที่ chef จะเน้น story สอดแทรกเข้าไปในเมนูแต่ละเมนูด้วยนะคะ แล้ว Chef เค้าก็ happy ที่จะคุยกับแขกเกี่ยวกับ story ต่างๆที่สอดแทรกเข้ามาด้วยค่ะ ^-^

พอเดินผ่าน area The Bar กับ The Dining Room ไปแล้ว เราก็จะออกมาเจอส่วน The Courtyard สวนสวยกลางบ้านที่บรรยากาศร่มรื่นมากเลยล่ะค่ะ ยิ่งพอเห็นต้นไม้เขียวๆ ตัดกับตัวบ้านที่กำแพงเป็นสีโทนเหลืองยิ่งทำให้มันดูร่มรื่นสบายตาไปหมดเลย วันที่นัทไปนัทใส่กระโปรงสีเขียว รู้สึกตัวเอง match กับบ้านมาก ถ่ายรูปมาเด่นเลย 555 แถมวันนั้นมีแก๊งค์คุณอาเป็นสิบคนที่นัทเดาว่าเค้าน่าจะนัดรวมรุ่นมานั่งจิบ afternoon tea สวยๆกัน เค้านัดกันแต่งตัวแบบ vintage กระโปรงลายดอกบานๆ เลยยิ่ง build ให้ได้ feel แบบย้อนยุคๆพอดีเลยค่ะ คุณฟ้าบอกว่าปกติถ้าเราอยากเข้ามาถ่ายรุป pre-wedding ตรงมุมนี้ ต้องซื้อเป็น package รวมกับห้องพัก ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 50,000 ค่ะ แต่ถ้าเราเลือกจัดงานที่นี่ เราสามารถใช้สถานที่ถ่ายรูป prewedding ได้เต็มที่เลย ^-^

พอเราเดินผ่านสวน The Courtyard ไปแล้ว เราก็จะเจอ The Conservatory ตัวเรือนที่อยู่ด้านหลังสุดของบ้านค่ะ  ห้องนี้นี่แหล่ะจะเป็นส่วนที่สามารถใช้จัดงานแต่งงานได้ค่ะ

ตัวเรือน The Conservatory มีจุดเด่นอยู่ที่เพดานที่สูงโปร่งมากๆ มีหน้าต่างเปิดโปร่งรอบทิศเลย ทำให้มีแสง daylight เข้ามาเต็มๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา มีตัวกรอบหน้าต่างสีเขียว สีน้ำตาล ที่เป็นของดั้งเดิมของบ้านช่วยดึงให้บรรยากาศดูย้อนยุคหน่อยๆ แต่มีแชนเดอเลียที่ดู modern นิดๆ ออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากเลยล่ะค่ะ

คุณฟ้าเล่าให้นัทฟังว่าตรง The Conservatory เหมาะสำหรับการจัดงานหมั้นที่มีแขกประมาณ 80-100 คนแบบ cocktail นะคะ  line อาหารเค้าออกแบบสวยดีนะ นัทชอบเลยแล่ะ  แล้วเราก็สามารถเลือกได้ว่าอยากจะจัดเฉพาะใน The Conservatory หรือจะจัดออกมาในส่วน Courtyard ด้วย เป็นการจัดงานในสวนสวยๆ ส่วนตัวนัทคิดว่าไม่ว่าเราจะจัดในส่วน outdoor หรือไม่ ยังไงแขกก็จะได้ enjoy ในบรรยากาศสวนสวยๆอยู่แล้ว เพราะว่าเราต้องเดินผ่านสวนเพื่อมาที่ห้องจัดงานค่ะ และส่วนจัดงานก็เป็นประตูหน้าต่างโปร่งๆ เราก็มองไปเห็นสวนสวยได้อยู่แล้วค่ะ

แต่เรื่องที่นัทกังวลนิดนึงก็คือ ด้วยความที The House on Sathorn เป็นอาคารอนุรักษ์ที่สร้างมาเป็นร้อยๆปีละ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะพวก Technical Tools ที่จำเป็นสำหรับการจัดงานแต่งงานล่ะ มันจะมีครบให้เราใช้หรอ คุณฟ้าเลยรีบอธิบายให้นัทฟังว่า ด้วยความที่ W Bangkok เห็นความสำคัญของเรื่องนี้อยู่แล้ว เลยจัดอุปกรณ์จำเป็นทุกอย่างเพรียบพร้อมไม่ต่างกับจัดในโรงแรมเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไมค์ ลำโพง LCD Projector เพราะฉะนั้นสาวๆสบายใจได้นะคะ ^-^

นอกจากตัวเรือน the Conservatory และตรงสวน The Courtyard ที่เราสามารถจัดงานได้แล้ว คุณฟ้ายังพานัทเดินทัวร์รอบตัวบ้านเลยทำให้เห็นว่าจริงๆบนตัวบ้านชั้น 2 เองก็มีห้องสวยๆที่่จัดงานได้เหมือนกันนะคะ  อย่างถ้าเพื่อนๆสนใจจัดงานแบบพิธีจีน บนตัวบ้านจะมีห้องนึงที่ชื่อว่า Ruby Room ซึ่งเค้าตกแต่งตามชื่อห้องเลยแล่ะ คือเป็นสีแดงทับทิมทั้งห้องเลย ผนัง ฉากกั้นห้องอะไรก็ให้บรรยากาศจีนมากๆ เหมาะกับการจัดพิธียกน้ำชาเหมือนกันนะคะ

อีกห้องนึงที่นัทชอบมากเลยคือห้องที่ชื่อว่า Secret Room ค่ะ ตอนเดินผ่านโถงทางเดินบริเวณนี้ นัทดูไม่ออกเลยแล่ะ ว่าจะมีห้องซ่อนตัวอยู่ เพราะตรงประตูเค้าทำเนียนเหมือนเป็นกำแพงเลย ไม่มีลูกบิดอะไรทั้งสิ้น เป็นกิมมิคเล็กๆที่เหมาะกับชื่อห้องจริงๆ แต่พอผลักกำแพงเปิดเข้าไปในห้องนี่นัทตะลึงไปเลยแล่ะ เพราะว่าเราจะเจอหน้าตาบานใหญ่ยักษ์มากกกกกกกกกกก รับแสงธรรมชาติจากข้างนอกเต็มๆ เพดานสูงโปร่ง โซฟาใหญ่มาก แลดูเป็นห้องของราชนิกูลระดับสูงไฮโซมากมาย นัทรีบวิ่งไปนั่งโพสท่าบังคับให้คุณลุงถ่ายรูปเก็บไว้เลยทีเดียว 5555   คุณฟ้าบอกว่าห้องนี้มักจะใช้เป็นห้องส่งตัวของเจ้าสาวค่ะ แบบให้เรานั่งรอคุณว่าที่เจ้าบ่าวของเรามารับสวยๆ นัทจินตนาการออกเลยว่าถ้าเจ้าสาวนั่งโพสสวยๆบนโซฟา แล้วมีเจ้าบ่าวคุกเข่ามอบดอกไม้ให้ ถ่ายรูปออกมาคงสวยมากๆๆๆเลยล่ะค่ะ

อีกห้องที่คุณฟ้าพานัทไปเดินทัวร์คือ Emerald Room ห้องสีเขียวมรกตที่ดูลึกลับเป็นส่วนตัวมากเลย ซึ่งห้องนี้คุณฟ้าแนะนำว่าเหมาะสำหรับการจัดปาร์ตี้สละโสดค่ะ

คุณฟ้าพานัทกับคุณลุงเดินทัวร์บ้านขึ้นๆลงๆครบทุกมุม ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่าแต่ละห้อง แต่ละ zone ของ The House on Sathorn มันช่างมีเสน่ห์ไปหมดเลย อาจจะด้วยความที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อยู่มาเป็นร้อยปี มีเกร็ดเรื่องเล่านู่นนี่ของบ้านมันเลยปลุกให้สถานที่นี้มีมนต์สะกดอย่างบอกไม่ถูก แต่ว่ามันก็มีจุดที่สาวๆที่สนใจจัดงานที่นี่ต้องคิดเตรียมแผนรับมือไว้เหมือนกันนะคะ

เรื่องแรกก็คือความจุของสถานที่ค่ะ ด้วยความที่สถานที่ดั้งเดิมเป็นบ้านคนจริงๆ เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่สามารถจุคนได้เป็นหลายร้อยคนได้ น่าจะเหมาะกับงานที่มีแขกมาร่วมงานไม่เยอะ ไม่เกิน 100 คน หรือไว้สำหรับจัดงานหมั้น พิธีแต่งที่เป็นส่วนตัวหน่อย มีแค่คนในครอบครัว กับเพื่อนสนิทจริงๆมาร่วมงาน ไม่งั้นมันจะดูแน่นไปหมดเลยค่ะ  แต่ถึงเรื่องความจุจะเป็นจุดที่เราต้อง concern ทางโรงแรมก็มี solution หลายแบบให้เรานะคะ  คือถ้าแขกเราเยอะๆ เราก็สามารถเลือกจัดงานโดยปิดบ้านทั้งหลังให้ exclusive สำหรับงานของเราไปเลย หรือเลือกปิดส่วน The Conservatory + The Courtyard พร้อมกันซึ่งจะรับแขกแบบ cocktail ได้ถึง 250 คนค่ะ  หรืออีก option เลยก็คือหลังจากจัดพิธีหมั้นอะไรต่างๆเสร็จแล้ว เราก็ย้ายไปจัดงานเลี้ยงที่ตัว W Bangkok เลย ซึ่งจุคนได้เยอะอยู่แล้ว งานเราก็จะได้ทั้ง feel ย้อนยุคๆ แล้วก็มาปิดที่ modern เก๋ๆ ครบรสไปเลยงัยคะ (นัทเคยเขียน Review ในส่วนของ W Bangkok แล้วนะคะ ลองกดไปอ่านดูกันได้นะคะ http://wedding-campus.com/wp/index.php/2016/09/25/w-bangkok-hotel/)

อีกเรื่องที่เพื่อนๆอาจจะต้องคำนึงถึงก็คือช่วงฤดูกาลที่จัดงานค่ะ ด้วยความที่ตัว courtyard เป็นสวนกลางแจ้ง ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนอาจจะเฉอะแฉะได้ค่ะ

เป็นไงคะ อ่านมาถึงตรงนี้นัทว่าต้องมีเพื่อนๆหลายคนเริ่มเคลิ้มๆไปกับบรรยากาศสวยๆของ The House on Sathorn แล้วใช่ม๊า นัทว่าที่นี่เหมาะกับสาวๆที่ชอบกลิ่นไอย้อนยุคหน่อยๆ vintage เก๋ๆ อยากจัดงานในบ้านสวยส่วนตัว ไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มมาก แต่ก็ยังมีอุปกรณ์ technology ต่างๆครบครัน และมี location กลางเมืองเดินทางสะดวก ถ้าใครสนใจนัทว่าลองเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ของจริงดีกว่า รับรองว่าต้องมีคนหลงไปกับเสน่ห์ของ The House on Sathorn เหมือนนัทแน่ๆเลยค่ะ 🙂