เราต้องตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานไหม?

posted in: Wedding 101 | 0

นัทเชื่อว่าเพื่อนๆที่กำลังวิ่งวุ่นเตรียมงานแต่งงานอยู่หลายๆคนอาจจะกำลังปวดหัวกับรายละเอียดยิบย่อยของการจัดงานแต่งงาน ยุ่งจนลืมจัดการหนึ่งในเรื่องที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ นั่นก็คือการตรวจร่างกายก่อนแต่งงานค่ะ  ยิ่งตัวนัทเองป็นเจ้าสาวรุ่นพี่ที่กลายเป็นคุณแม่แล้ว นัทยิ่งเข้าใจเลยว่าการตรวจร่างกายก่อนแต่งงานมันสำคัญจริงๆนะคะ เพราะโรคบางโรคมันอาจจะไม่เคยแสดงอาการให้เราเห็น แต่ว่าทำให้เบบี๋น้อยอันตรายได้เลย วันนี้นัทเลยขอเป็นกระบอกเสียงให้สาวๆในเพจ Wedding Campus จับมือชวนคุณแฟนไปตรวจร่างกายก่อนแต่งงานกันค่ะ  🙂

 

ทำไมเราถึงควรตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน?

เท่าที่นัทคุยกับเพื่อนๆบางคนที่ตั้งใจว่าจะไม่ตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน สาเหตุที่เค้าคิดกันแบบนี้เป็นเพราะเจ้าตัวตรวจร่างกายประจำปีเป็นประจำอยู่แล้วเลยมั่นใจว่าตัวเองแข็งแรงค่ะ แต่จริงๆแล้วการตรวจสุขภาพประจำปีต่างกับการตรวจร่างกายก่อนแต่งงานนะคะ เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีคือการตรวจเชคโรคที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเราคนเดียว เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเอง เช่นเบาหวาน หัวใจ ไขมันในเส้นเลือด อะไรพวกนี้ แต่ไม่ได้เชคโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นพิเศษค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆตั้งใจจะมีลูกเนี่ย เราเลยจำเป็นต้องตรวจร่างกายของทั้งตัวเรากับคุณแฟนก่อน แต่นัทเชื่อว่าอาจจะมีสาวๆหลายคนเกรงใจไม่กล้าบอกให้แฟนมาตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน เพราtกลัวจะดูเหมือนไม่ไว้ใจกันใช่ม๊า นัทว่าอย่าไปคิดว่าเป็นการจับผิดกันเลยนะคะ ให้คิดว่าเพราะรักกันจริง และอยากสร้างครอบครัวด้วยกัน อยากมีลูกด้วยกัน เรายิ่งต้องภูมิใจที่ได้ไปตรวจร่างกายนะคะ เราจะได้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีโรคร้ายอะไรส่งผลไปถึงเบบี๋ของเรางัยคะ หรือถ้ามีเราจะได้ปรึกษาคุณหมอหาทางแก้ไขซะก่อนเพื่อความปลอดภัยในการมีลูกค่ะ

อ่านถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆเริ่มอยากชวนคุณแฟนไปตรวจก่อนแต่งงานกันแล้วใช่ม๊า นัทเลยไปถามคุณแม่ของคุณลุงที่เป็นคุณหมอ แล้วก็เอาความรู้จากที่คุณหมอที่นัทฝากครรภ์ด้วยเคยอธิบายให้ฟัง มาเขียนให้เป็นภาษาง่ายๆสรุปให้เพื่อนๆได้อ่านกันว่าสิ่งที่ควรจะต้องตรวจก่อนแต่งงานมีอะไรบ้าง และมีประโยชน์ยังไงค่ะ ^-^

 

ตรวจกรุ๊ปเลือด

เพื่อนๆอาจจะคิดว่าการตรวจกรุ๊ปเลือดมันธรรมด๊า ธรรมดา ก็แค่กรุ๊ป A B AB O ใครๆก็รู้ แต่จริงๆแล้วสิ่งสำคัญที่คุณหมอตรวจหาให้เราคือกรุ๊ปที่เรียกว่า Rh นะคะ ซึ่งมี 2 แบบคือ Rh+ และ Rh-  คือมัน super ภาษาหมอมากๆ แต่ concept หลักก็คือ ถ้าเรากับแฟนมีกรุ๊ป Rh เป็นประเภทเดียวกัน เช่น เป็น Rh+ ทั้งคู่ ก็สบายใจเฮฮาปาจิงโกะได้ค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไร ซึ่งคนส่วนมากก็เป็น Rh+ นี่แหล่ะ แต่ถ้าเรากับแฟนอยู่กลุ่มต่างกันปุ๊บ เราจะต้องปรึกษาคุณหมอเป็นพิเศษค่ะ  โดยเฉพาะเคสที่ผู้ชายเป็น Rh+ แล้วผู้หญิงเป็น Rh- เนี่ยจะต้องระวังมากๆเลย ไม่ได้แปลว่าเรามีลูกไม่ได้นะคะ เพียงแต่ว่าต้องให้คุณหมอแนะนำอย่างใกล้ชิดว่าจะต้องดูแลยังไง ระวังตัวยังไง เพราะถ้าเราไม่รู้ปล่อยไปเลยตามเลย เราจะเสี่ยงกับการแท้งลูก หรือภาวะเบบี๋ตัวเหลืองค่ะ

 

ตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี

อันนี้จำเป็นมากเลยนะคะเพราะมันติดต่อผ่านการมีอะไรกับแฟนเรา ถ้าเป็นแล้วก็รักษายาก เสี่ยงกับการเป็นโรคตับอักเสบ มะเร็งในตับ ป้องกันอย่าให้เป็นจะดีกว่าค่ะ  ซึ่งถ้าเพื่อนๆอยากป้องกันตัวเอง และคนรักจากไวรัสตับอักเสบบีก็ต้องมาตรวจเลือดเนี่ยแล่ะค่ะ ไม่งั้นเพื่อนๆจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นพาหะรึเปล่า ส่งต่อโรคให้คนอื่นได้มั้ย แล้วมีภูมิคุ้มกันรึยัง ถ้าคุณหมอเจาะเลือด ตรวจดูแล้ว ปรากฎว่าเพื่อนๆยังไม่มีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี คุณหมอก็จะจับฉัดวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันโลด  ส่วนเพื่อนๆบางคนอาจชะล่าใจว่า โอ๊ย เคยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแล้วจ้า สบายมาก แต่จริงๆแล้วเราก็ควรตรวจหาภูมิอีกรอบดีกว่านะคะ เพราะมันก็มีเคสที่ฉีดวัคซีนป้องกันแล้วก็จริง แต่ภูมิคุ้มกันลดลงไป แรงไม่พอ ซึ่งในเคสแบบนี้ก็ต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันค่ะ ถ้ามีเบบี๋ ลูกเราจะได้ปลอดภัยจากไวรัสตัวนี้นะคะ

 

ตรวจหาไวรัสตับอักเสบซี

ไวรัสตัวนี้ลำบากนิดหน่อยตรงที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่อย่างน้อยถ้าเรามาตรวจเลือดแล้วรู้ว่าเป็น คุณหมอจะได้รีบให้คำแนะนำว่าเราเป็นไวรัสตับอักเสบซี level ไหน ติดต่อทางพันธุกรรมได้มั้ย ถ้าอยากมีลูกจะทำยังไง ต้องวางแผนหาแนวทางรักษากับคุณหมอให้ทันท่วงทีค่ะ

หัดเยอรมัน

ถ้าเราไม่ได้ตรวจก่อนว่ามีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันพอมั้ย แล้วเกิดเราเป็นหัดเยอรมันตอนกำลังท้องขึ้นมานี่เรื่องใหญ่มากนะคะ เพราะเบบี๋เราอาจจะพิการได้เลยค่ะ Y-Y จำได้เลยว่าตอนนัทไปฝากท้องครั้งแรกคุณหมอถามย้ำถึงเรื่องหัดเยอรมันหลายรอบมากเพราะมันอันตรายจริงๆ เพราะฉะนั้นมาตรวจเถอะค่ะ ถ้าเพื่อนๆไม่มีภูมิจะได้รีบฉัดวัคซีนป้องกันงัยคะ ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี เพราะเมื่อฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว เราต้องคุมกำเนิดช่วงนึงนะคะ คุณหมอจะช่วยแนะนำเราได้ค่ะ

 

เอดส์

โรคนี้เพื่อนๆรู้จักดีอยู่แล้วและเป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรตรวจอย่างยิ่ง และควรตรวจทั้งคู่ด้วยนะคะ อย่าเขินเลย อย่ากลัวด้วย มาตรวจให้สบายใจดีกว่าค่ะ เป็นไม่เป็นอะไรยังไงได้สบายใจเนอะ

 

ซิฟิสิส

โรคนี้ไม่มีอาการเด่นชัดใดๆ เป็นได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ถ้าไม่มาตรวจนี่คนก็ไม่ค่อยจะรู้ตัวกันว่าเป็น ซึ่งอันตรายมาก เพราะแปลว่าเราจะสามารถแพร่โรคนี้ให้แฟนได้โดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ แล้วโรคนี้มันก็อันตรายด้วยนะ เพราะเชื้อมันลามขึ้นระบบประสาท ขึ้นสมองได้เลยนะคะ

 

ธาลัสซีเมีย

โรคนี้เพื่อนๆน่าจะคุ้นหูกันแล้วล่ะค่ะ เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรม รักษาไม่ได้ ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ต้องตรวจให้รู้ว่าเราเป็นพาหะรึเปล่า ถ้าตรวจออกมาแล้วเราเจอว่าเราเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียนั่นแปลว่าเรามีโอกาสถ่ายทอดไปให้ลูกได้นะคะ ถ้ารู้ก่อนเราจะได้วางแผนการมีเบบี๋ได้อย่างรอบคอบ สำคัญมากๆเลยนะคะ เพราะถ้าเราท้อง คุณหมอจะช่วยดูแล และคอยตรวจวินิจฉัยว่าลูกในพุงน้อยๆของเรามีโอกาสเป็นธาลัสซีเมียมั้ย ถ้าเป็น เป็นชนิดไหน รุนแรงระดับใด ถ้าเก็บเบบี๋ไว้จะอันตรายกับเค้ารึเปล่า

 

ลิสต์ด้านบนเป็นเรื่องหลักๆที่เราควรจะต้องตรวจก่อนแต่งงานค่ะ แต่การตรวจร่างกายแค่อย่างเดียวก็อาจจะไม่พอนะคะ เพื่อนๆอาจจะต้องปรึกษาคุณหมอด้วยว่ามีอันไหนที่เราควรจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันเพิ่มเติมรึเปล่า มีอันไหนที่เราไม่มีภูมิคุ้มกัน หรือมีแค่ภูมิต่ำๆ เราจะได้รับวัคซีนให้พร้อมก่อนแต่งงานไปเลยค่ะ  อย่างตัวนัทเองมารู้ทีหลังตอนท้องไปแล้วว่าไม่มีภูมิคุ้มกันโรคอีสุกอีใส จะฉีดระหว่างตอนท้องก็ไม่ได้ เลยต้องระวังตัวให้มากเป็นพิเศษ แล้วมาฉีดหลังจากคลอดเสร็จแล้วแทนค่ะ

 

อ่านถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆเริ่มอยากไปตรวจร่างกายก่อนแต่งงานกันแล้วใช่ม๊า ^-^  ชวนแฟนไปโรงพยาบาลกันเลยดีกว่าค่ะ ใช้เวลาไม่นานเลย ไปบอกพี่พยาบาลว่าเราจะแต่งงาน เดี๋ยวเค้าก็จัดการแนะนำเองเลยล่ะค่ะ หลายๆโรงพยาบาลก็มักจะมี package สำหรับตรวจร่างกายก่อนแต่งงานพร้อมราคาพิเศษอยู่แล้วนะคะ เป็นการสนับสนุนให้พวกเรา เห็นความสำคัญของการตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน อย่างตัวอย่าง brochure ของโรงพยาบาลปิยะเวทที่นัทแปะไว้ด้านล่าง นี่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่าง package ที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้พวกเราค่ะ ลองไปดูกันนะคะ 🙂