ใครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกันแน่นะ???

posted in: Wedding 101 | 0

เวลาพูดถึงงานแต่งงาน แว่บแรกที่สาวๆทุกคนจะจินตนาการถึงก็คืออยากจัดงานแต่งงานในสถานที่หรูหราสวยงาม อาหารอร่อย เพลงเพราะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยหล่อ ทุกอย่าง perfect สมบูรณ์แบบโรแมนติกไปหมด แต่เมื่อเริ่มลงมือวางแผนงานแต่งงานจริงๆแล้ว มันจะมีเรื่องใหญ่กว่าให้ว่าที่เจ้าสาวเจ้าบ่าวเกือบทุกคนปวดหัว กระอักกระอ่วนเกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถามออกมา นั่นก็คือเรื่องใครจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายสำหรับจัดงานแต่งงานนั่นเองค่ะ วันนี้นัทเลยเอามุมมองของนัทมาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านดู เผื่อจะช่วยให้เพื่อนๆสบายใจมากขึ้นค่ะ ^-^

question6

 

Make it clear at the beginning is the key!

ถึงเรื่องเงินๆทองๆจะเป็นเรื่องลำบากใจ ไม่อยากพูดออกมามากแค่ไหนก็ตาม นัทว่าการที่เราเปิดอกคุยกันแต่เนิ่นๆไม่ว่าจะคุยแบบเป็นทางการตอนที่พ่อแม่สองฝ่ายมาพูดคุยสู่ขอ หรือคุยกันเองสองคน มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าเก็บๆไว้ในใจจนนาทีสุดท้ายนะคะ ที่นัทคิดอย่างงี้ก็เพราะเราจะได้ประเมินสถานการณ์ตัวเองได้ถูกว่าเราจะมีกำลังในการจัดงานได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเพื่อนๆโชคดีคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายชาย หรือคุณพ่อคุณแม่ของเราออกค่าใช้จ่ายงานแต่งงานทั้งหมดให้ เพื่อนๆก็สบายเฮไม่ต้องกังวลอะไร จัดเต็มกับงานแต่งงานได้เลย แต่ถ้าเราตกอยู่ในเคสที่ว่าที่บ่าวสาวต้องจัดการค่าใช้จ่ายกันเอง ก็ไม่ต้องเสียใจหรือเอาคู่เราไปเปรียบกับคนอื่นเลยนะคะ เพราะแต่ละคู่ก็มี situation ที่ต่างกันไป อย่าน้อยใจไปเลย รีบเอาเวลามาหาวิธี manage ค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกันแต่เนิ่นๆดีกว่าค่ะ

 

เราจะแบ่งความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานแต่งงานยังไงดี?

ถ้าพูดคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าตัวเพื่อนๆกับคุณแฟนต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงานเอง Challenge ถัดไปก็คือแล้วเราจะแบ่งกันจ่ายยังไงดี ซึ่งนัทว่าเพื่อนๆส่วนใหญ่จะมีภาพในหัวว่า ตามธรรมเนียมแล้วผู้หญิงจะรับผิดชอบงานหมั้นตอนเช้าไป ส่วนเจ้าบ่าวจะรับผิดชอบส่วนทีเป็นงานเลี้ยง แต่เอาเข้าจริงๆตัวนัทเองมองว่าการแบ่งค่าใช้จ่ายแบบนี้อาจจะทำให้เกิด conflict ตอนหลังได้เหมือนกันนะคะ เพราะนัทมักจะได้ยินคนบ่นให้ฟังว่างานหมั้นตอนเช้าได้ซองหนักๆทั้งนั้นเลย งานเลี้ยงตอนเย็นมีแต่เพื่อนๆวัยรุ่นซองไม่เยอะ จะมาแบ่งเอาซองตอนเช้าให้ฝั่งเจ้าสาว ตอนเย็นให้ฝั่งเจ้าบ่าวก็ไม่แฟร์จินู่นนี่นั่น นัทเลยอยากชวนเพื่อนๆให้คิดใหม่ว่า งานหมั้นเช้ากับงานเลี้ยง เป็นงานเดียวกัน ใช้ค่าใช้จ่ายก้อนเดียวกันไปเลย การแบ่งความรับผิดชอบจะได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่คำถามก็คือ ความรับผิดชอบที่ว่าเนี่ย….จะแบ่งกันยังไงดี?

 

ก่อนอื่นนัทว่าเพื่อนๆอาจจะลองมองในมุมที่ว่า ค่าใช้จ่ายงานแต่งงานไม่ใช่จำนวนเงินทั้งหมดที่เราต้องจ่ายออกไป เพราะสุดท้ายแล้วเราจะได้รับซองจากแขกที่มาร่วมงานมาเป็นตัวช่วยในการ cover cost ที่เกิดขึ้นจากการจัดงานแต่งงานค่ะ ที่นัทพูดเรื่องซองขึ้นมาไม่ได้แปลว่านัทอยากให้เพื่อนๆมองว่าการจัดงานแต่งงานคือการคิดเรื่องได้กำไรจากซอง หรือคิดแต่กลัวว่าจะขาดทุนนะคะ แต่นัทมองว่าการประเมินจำนวนเงินจากซองที่แขกมอบให้เราในวันงานจะช่วยให้เราจัดงานได้อย่างไม่เกินตัวจนเกินไปต่างหากค่ะ เมื่อเราเริ่มตั้ง mindset ได้แบบนี้แล้ว มันจะทำให้ความกดดันเรื่องค่าใช้จ่ายงานแต่งงานน้อยลงไป และทำให้ใจของตัวเราสบายขึ้นพร้อมมานั่งคิดว่าจะวางแผนการจ่ายเงินสำหรับการจัดงานแต่งงานยังไงได้ดีขึ้นค่ะ

save2

Plan your wedding budget well will make your life much easier

การจะวางแผนการจ่ายเงินสำหรับการจัดงานแต่งงานได้เนี่ย มีสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดห้ามลืมทำเด็ดขาดก็คือ การวาง Budget ให้ดีตั้งแต่ต้นค่ะ นัทเคยเขียน article เรื่องการวาง budget ไว้ค่อนข้างละเอียดเลย (จะเริ่มตั้ง Budget สำหรับงานแต่งงานยังไงดี?) นัทอยากเชียร์ให้เพื่อนๆอ่านเรื่องนี้ให้ได้นะคะ เมื่อวาง Budget เสร็จแล้ว เราก็มาคิดต่อว่าจะคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ใน budget ให้สำเร็จได้ยังไง ซึ่งนัทมองว่าถ้าเพื่อนๆ ทำสองอย่างนี้ได้ดีแล้ว สุดท้ายค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่เรากังวลใจนั้นอาจจะได้คืนกลับมาทั้งหมดจากซองที่เราได้หลังเลิกงานก็ได้นะคะ หรือถ้าต้องเกิดส่วนต่างจริงๆ ก็พยายามคุมให้ส่วนต่างที่เกิดขึ้นน้อยที่สุดเพื่อที่ค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นจริงๆจะได้ไม่เกินตัวจนเกินไปค่ะ

 

Pocket money for on-the-go expense

ถึงนัทจะบอกเพื่อนๆว่าสุดท้ายถ้าเราคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ใน budget สุดๆเพื่อที่จะไม่เกิดค่าใช้จ่ายเกินตัวก็จริง อย่างหนึ่งที่เราห้ามลืมเลยก็คือ ค่าใช้จ่ายงานแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นในวันงานอย่างเดียว แต่มันจะมีค่าใช้จ่ายจิปะถะมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างการเตรียมงาน เช่นค่ามัดจำชุดเจ้าสาว มัดจำช่างแต่งหน้า ของชำร่วย การ์ด etc. เพราะฉะนั้น challenge อีกอย่างที่นัทอยากให้เพื่อนๆเตรียมตัวก็คือ การเตรียม pocket money ไว้สำหรับการจ่ายเงิน on-the-go พวกนี้  ซึ่งจุดนี้แหล่ะค่ะที่เพื่อนๆต้องจับเข่าคุยกับแฟนว่าจะแบ่งความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพวกนี้ยังไง เพื่อนๆอาจจะใช้วิธีง่ายๆคือแบ่งตามประเภทงาน งาน beauty สวยงามชุดหน้าผม ตกแต่งประดับงาน ฝ่ายหญิงจะออกไปก่อนนะ ส่วนค่าสถานที่ตากล้องนู่นนี่ ฝ่ายชายจะออกก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะช่วยสำรองออกไปก่อนบ้างอะไรอย่างงี้ก็ได้นะคะ แต่ต้องคุยกันให้ชัดว่านี่คือการสำรองจ่ายก่อนไปล่วงหน้าน๊า พอสุดท้ายเราได้ซองมาก็จะเอามาคืนทั้งสองฝ่ายตามเดิมค่ะ

save1

แล้วถ้าค่าใช้จ่ายงานแต่งเกินงบจนซองช่วย cover ไม่ได้ล่ะ?

สมมติสุดท้ายแล้วเพื่อนๆมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้แพลนไว้ล่วงหน้าเพิ่มขึ้นมาจนเกินงบ ซองก็ช่วย cover ไม่พอ อันนี้แหล่ะค่ะที่จะเป็นค่าใช้จ่ายจริงๆ และเป็นจุดที่ต้องคุยกับแฟนว่าจะเอายังไงดี ซึ่งแต่ละคู่ก็จะมี situation ที่ต่างกันไป มีวิธีการจัดการที่ไม่เหมือนกัน บางคู่อาจจะแบ่ง 50-50 ระหว่างบ่าวสาว บางคู่อาจจะใช้วิธีแบ่งส่วนตามรายได้ของสองฝ่าย เช่นฝ่ายชายเงินเดือนมากกว่าน๊า ก็จะออกเงินในสัดส่วนที่สูงกว่าฝ่ายหญิงอะไรอย่างงี้ ซึ่งไม่มีวิธีไหนดีที่สุด เหมาะสมที่สุด เราแค่ต้องหาจุดที่มันสมดุลกับคู่ของเพื่อนๆเองมากกว่าค่ะ แต่เพื่อนๆอย่าลืมน๊าว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจจะไม่เกิดเลย หรืออาจจะมีเป็นจำนวนน้อยนิดก็ได้ ถ้าเพื่อนๆสามารถวาง budget ได้ใกล้เคียงความจริง และคุมให้ค่าใช้จ่ายอยู่ใน budget ได้ดีค่ะ

 

Don’t forget to take note!

พอถึงเวลาเตรียมงานแต่งงานจริงๆแล้วเพื่อนๆมักจะตื่นตาตื่นใจไปกับรายละเอียดจุกจิกนู่นนี่นั่นจนลืมทำสิ่งนึงที่สำคัญที่สุดก็คือการจดบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นค่ะ เรื่องนี้สำคัญมากๆเลยนะ เพราะมันจะช่วยให้เพื่อนๆ track ได้ง่ายขึ้นว่าเราจ่ายค่าอะไรไปแล้วบ้าง ใครรับผิดชอบส่วนไหน ทั้งหมดเป็นเงินกี่บาท รวมไปถึงการทำบัญชีว่าเราได้รับซองจากแขกเท่าไหร่ สุดท้ายจะได้คืนเงินส่วนนี้ให้แก่คนที่ออกค่าใช้จ่ายต่างๆไปก่อนค่ะ

 

อ่านจนถึงตอนนี้แล้วเพื่อนๆที่กังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายงานแต่งงานน่าจะเริ่มเห็นภาพมากขึ้นว่าจะเปิดอกคุยกันยังไงดีใช่มั้ยคะ จริงๆเรื่องเงินๆทองๆมันเป็นเรื่อง sensitive เนอะ ส่วนมากคนเลี่ยงที่จะพูดกันกลัวจะดูไม่ดี หรือทำร้ายความรู้สึกอีกฝ่าย แต่นัทกลับมองมุมต่างนะคะ นัทว่าถ้าเราเปิดอกคุยกันแบบตรงๆ มันจะทำให้ภาพทุกอย่างชัดเจน และหาวิธีรับมือกับ challenge เรื่องนี้ได้ดีมากกว่าค่ะ ถ้าเพื่อนๆมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงลองแชร์มุมมองไว้ใน Facebook Comment นะคะ เผื่อจะมีประโยชน์ก้บเพื่อนๆคนอื่นด้วยค่ะ 🙂

 

ขอไฟล์เตรียมงานแต่งงาน:
E-mail:*
แต่งงานเดือน*
แต่งงานปี*