ใกล้วันแต่งงาน ทำไมรู้สึกไม่พร้อมเลย?

posted in: Wedding 101 | 39

ยิ่งวันแต่งงานใกล้เข้ามาเท่าไหร่ ว่าที่เจ้าสาวทุกคนจะนั่งไม่ติด ตระหนกวิตกกังวลไปกับทุกสิ่ง บางคนอาการหนักถึงขั้นนอนไม่หลับก็มี ยิ่งใครเตรียมงานทุกอย่างเองความกังวล paranoid ยิ่งพีคพุ่งปรี๊ดกว่าปกติไปอีกขั้นค่ะ ถ้าเพื่อนๆเอาความเครียดนี้ไปบ่นให้ใครฟัง นัทเชื่อว่าทุกๆคนก็จะพูดปลอบใจเพื่อนๆกลับมาว่า อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป ยิ้มสู้ ฮึ้บๆ

 

เพื่อนๆจะโกรธนัทมั้ยคะ ถ้านัทจะบอกว่านัทก็จะพูดแบบนี้เหมือนกัน (แล้วจะเขียนเป็น article ทำมายย ผ่าง 555)

 

ในโลกกลมๆเบี้ยวๆใบนี้ไม่มีอะไรที่ perfect สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง งานแต่งงานก็หนีสัจธรรมข้อนี้ไม่ได้เหมือนกันค่ะ ไม่มีงานไหนที่ PERFECT สมบูรณ์แบบ 100% ไม่ว่าเพื่อนๆจะจัดงานทุกอย่างเอง หรือจ้าง organizer มือหนึ่งมาจัดให้ ยังไงมันก็อาจจะมีจุดเล็กๆน้อยๆที่ไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง   เมื่อเราเข้าใจความจริงข้อนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่เพื่อนเลือกได้ก็คือ…..

จะเลือกใช้เวลาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันงานแต่งงานไปกับ

การนั่งเครียด นั่งวิตกไปก่อนล่วงหน้าว่างานจะล่มมั้ย ถ้าเกิดอย่างงั้น ถ้าเกิดอย่างงี้ สารพันปัญหาที่น่าจะทำให้งานล่ม?

หรือ

จะเลือกใช้เวลาอย่างคุ้มค่าไปกับการนั่งไล่คิดทบทวนว่าเราเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง?

(เพื่อนๆลองกดอ่าน article ที่นัทเขียนเรื่อง checklist สำหรับหนึ่งเดือนสุดท้ายก่อนถึงวันแต่งงาน นะคะ)

 

ถ้าเพื่อนๆมั่นใจว่าโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันงาน เพื่อนๆได้เตรียมตัวทุกอย่างได้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้แล้ว พอถึงวันงานแล้ว the show must go on ค่ะ  เอาจริงๆแล้ว มีอยู่ไม่กี่อย่างที่สร้าง  impact กับแขกได้แบบจริงๆนะคะ  ลองถามตัวเองก็ได้ว่าเวลาไปงานแต่งงานอื่นๆแล้วอะไรสำคัญกับเราที่สุด  จากการทำแบบสำรวจสไตล์นัทนัท นัทสรุปได้ตามข้างล่างนี้เลย

 

อะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับแขกบ้าง?

  • ตัวบ่าวสาว: บ่าวสาวยิ้มแย้มทักทายต้อนรับถ่ายรูปใกล้ชิดสนุกสนานไปกับทุกช่วงของงานรึเปล่า  นัทเคยสังเกตตัวเองนะคะว่างานที่นัทไปแล้ว happy จดจำได้คืองานที่จับต้องบ่าวสาวได้จริง ไม่ได้หมายถึงว่าไปกอดถึงเนื้อถึงตัวเค้านะ แต่แบบรู้สึกถึงความสุขที่ฉายออกมาจากแววตา รอยยิ้ม คำพูดทุกอย่างของบ่าวสาว  บ่าวสาวไม่ได้ position ตัวเองห่างเหินแขกจนเข้าไม่ถึงอะไรงี้ หรือหน้าอมทุกข์เครียดกังวลไปกับทุกอย่าง
  • อาหาร: ถ้างานไหนอาหารเพียงพอ แขกมาร่วมงานอิ่มหนำสำราญ มีเครื่องดื่ม คนดูแลเพียงพอ แขกก็จะ happy ยิ้มแย้มแจ่มใส งานสำเร็จไปเกินครึ่งแล้วค่ะ ส่วนมากเวลานัทได้ยินคนบ่นว่างานไม่ดีเลยจะเป็นเรื่องอาหารเป็นหลักเลยแล่ะ
  • เพื่อน: งานแต่งงานเป็นเหมือนงานเลี้ยงรุ่น ทั้งเพื่อนรุ่นพ่อแม่ เพื่อนรุ่นเรา เพราะฉะนั้น แค่ได้เจอเมาท์มอยหอยสังฆ์ถ่ายรูปสนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะกับเพื่อนๆที่แขกคุ้นเคยแขกก็ happy แล้วค่ะ  เวลาจัดงานแบบโต๊ะจีนการวางผังที่นั่งเลยสำคัญมากๆเลยงัยคะ ^.^

food1

 

อะไรคือสิ่งที่ไม่ได้สำคัญสำหรับแขกบ้าง?

อันนี้อาจจะ list เป็นข้อไม่ได้ แต่จากการถามคนรอบตัว ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า การตกแต่งทั้งหลายเช่น ดอกไม้ gallery กาเซโบ ดรายไอซ์ บับเบิ้ล ฟรุ้งฟริ้ง มันสร้างความ WOW ได้ในครั้งแรกที่เห็น แต่ถ้างานแต่งงานนั้นๆเสริฟอาหารไม่พอ ไม่อร่อย ไม่รู้จักใคร บ่าวสาวไม่เป็นกันเอง เหล่า prop เพิ่มความสวยงามก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้งานแต่งงานนั้น PERFECT ขึ้นมาได้เลยค่ะ (OMG)

 

เมื่อเราทำความเข้าใจสิ่งที่จำเป็นจริงๆสำหรับแขกได้แล้ว เพื่อนๆจะได้เลือก focus energy ช่วงสุดท้ายไปได้ถูกจุด ส่วนถ้ามันจะเกิดข้อผิดพลาดอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆในเรื่องที่ไม่ได้สำคัญที่สุดในวันงาน เราจะได้ไม่ต้องไปเครียดวิตกจริตหน้างานเกินไป  เอาจริงๆ สมมติว่าดรายไอซ์ไม่ทำงาน บับเบิ้ลไม่พุ่ง ดอกไม้ผิดเฉด หรือช่อดอกไม้ไม่ใช่แบบที่เราสั่ง แขกก็ไม่ได้สังเกตจุดเล็กๆเหล่านี้ไปกับเราหรอกค่ะ นอกจากเราจะหน้ามุ่ยเครียดบ่นเป็นหมีกินผึ้งหน้างานนั่นแหล่ะ แขกถึงจะสังเกตถึงความผิดปกติเหล่านั้น และทำให้ mood ของงานมันพังไป ซึ่งทั้งหมดก็เกิดจากตัวบ่าวสาวเอง

 

อีกอย่างที่ช่วยทำให้เราคลายกังวลได้ก็คือการทำความเข้าใจว่า personal taste รสนิยมความชอบของแต่ละคนไม่มีทางเหมือนกัน เราอาจจะเตรียมงานทุกอย่างสุดความสามารถ แต่ถ้ามันไม่ใช่ความชอบที่ตรงจริตของแขกบางคนเราก็ทำอะไรไม่ได้ ดอกไม้สีชมพูทั้งงานอาจจะทำให้บางคนกรี๊ด แต่แขกบางคนอาจจะอี๋กับความหวานเลี่ยนก็ได้ เพราะฉะนั้นทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขดีกว่าพยายามไปทำให้แขกมีความสุข เพราะเราไม่สามารถทำให้คนเป็นร้อยคนมีความสุขในทุกอย่างที่เราเลือกได้ค่ะ

 

แม่งาน: ผู้ช่วยคนสำคัญของเจ้าสาว

เมื่อถึงวันงานแล้ว เพื่อนๆต้องปล่อยวางแล้ว enjoy moment  มีความสุขกับทุกช่วง แล้วปล่อยให้เพื่อน หรือคนที่เราไว้ใจทำหน้าที่ของเค้าไป  การเลือกแม่งานเลยเป็นเรื่องสำคัญมากๆๆๆๆ เพราะคนนี้จะเป็นคนแก้ไขสถานการณ์พลิกวิกฤตให้เป็นบวกแทนที่เรา  นัทเคยเขียน article เรื่อง ว่าด้วยเรื่องแม่งานรันคิว ไว้ เพื่อนๆลองย้อนอ่านดูนะคะ

วันงานนัทเองมีข้อผิดพลาดหลายจุดเลย แต่นัทก็ได้เพื่อนเจ้าสาวคนทีเป็นแม่งาน รวมทั้งพิธีกรเนี่ยแล่ะที่ช่วยพลิกสถานการณ์ให้  ปัญหาสองจุดที่นัทจำได้แม่นก็คือ projector ไม่ทำงาน ฉาย presentation ไม่ได้ ทั้งที่มีการซ้อมแล้วซ้อมอีก เชคแล้วเชคอีกก็ไม่เคยมีปัญหา มามีปัญหาวันจริงซะงั้น 5555  ตอนที่เพื่อนนัทวิ่งหน้าตื่นมาบอก นัทรู้สึกชิลมาก ปล่อยวางลอยตัวขั้นสุด แล้วบอกเพื่อนว่าไม่เป็นไรๆ จัดการไปเลย ทางโรงแรมพยายามแก้อยู่เกือบสิบนาทีก็แก้ไม่ได้ งานเริ่มไม่ได้สักที พิธีกรเลยจัดการทำเป็นเรื่องสนุกโดยการประกาศเรียกหนุ่มๆที่เก่ง IT มากู้สถานการณ์ แซวเล่นให้เหมือนเป็นโอกาสการโปรโมทตัวเองให้สาวๆเห็นในความเก่ง เรียกเสียงหัวเราะกับแขกได้

อีกปัญหาก็คือวันงานนัทเป็นวันที่มีบอลไทยรอบชิงชนะเลิศ  แขกบางคนก็อยากจะเชียร์บอลในงานนัทไปด้วย มีเสียงเฮดังมากกกกกกกกกกกกกกตอนที่นัทกำลังอยู่บนเวทีสัมภาษณ์ซึ้งๆจ้า ตอนนั้นนัทหน้าเหวอ คนงงว่าเฮไรกันเสียงดังมาก  คุณเพื่อนพิธีกรเลยจัดการพูดออกไมค์ถามอัพเดทผลบอลกับหนุ่มๆแก๊งค์นั้น ดึงความสนใจเค้ากลับมาที่งาน แล้วประกาศบนเวทีเลยว่าไทยชนะแล้วจ้า เอ้า….ขอเสียงแขกทุกคนเฮให้ทีมไทยหน่อย เย้ แขกๆทุกคนก็สนุกไปด้วยกัน  ซึ่งนัทว่าถ้าไม่มีเพื่อนเจ้าสาว กับพิธีกรที่แก้สถานการณ์ได้ดีอย่างงั้น นัทอาจจะหงอยไปต่อไม่เป็นก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น เลือกแม่งาน เลือกพิธีกรดีๆน๊าคะ 🙂

after2

 

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส?

สมมติว่าเราเตรียมการทุกอย่างแล้ว แต่มันเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่แก้ไขไม่ได้จริงๆ ถึงจะมีแม่งานที่เก่งกาจแค่ไหนก็ไปแก้ปัญหานั้นไม่ได้ สิ่งที่บ่าวสาวทำได้ก็คือเปลี่ยนข้อผิดพลาดให้ positive ขึ้นมา  มีงานแต่งงานของคนรู้จักสองงานที่นัทว่ามันวิกฤตหนักจริงๆ แต่บ่าวสาวเค้าก็จัดการกับปัญหาได้ดีจนกลายเป็นความประทับใจขึ้นมา นัทเลยอยากแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

 

เมื่อสถานที่จัดงานโดนปิดถนนรอบด้าน

งานนัทเป็นงานเพื่อนสนิทนัทเองค่ะที่จัดวันประท้วงใหญ่กลางราชประสงค์ ถนนรอบด้านโดนปิดหมดทุกทิศทางเข้าไปไม่ได้ แต่เพื่อนนัทก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไป แล้ว post บน facebook ว่า เราเข้าใจจริงๆว่าการมางานแต่งงานของเราในวันนี้มันยากลำบากแค่ไหน ถ้าเพื่อนๆมาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ส่งใจมาก็พอ เพราะเรารู้ว่าเพื่อนๆกำลังยิ้มและอวยพรให้เราสองคนมีความสุขในงานแต่งงาน  แต่ถ้าใครจะมาร่วมงาน เราได้แนบวิธีการเดินทางทั้งหมดที่เราคิดได้มาให้ตามรายละเอียดด้านล่าง…..   โหย คืออ่านแล้วแบบเข้าใจเลยว่าบ่าวสาวเครียดแค่ไหน เตรียมงานมาตั้งนาน แต่ the show must go on ปรากฎว่างานวันนั้นคนมากันเยอะมาก  นัทเจอเพื่อนๆ เจอแขกลากชุดราตรี แบกสูท แต่งตัวพริ้งกันมากขึ้นรถไฟฟ้า เดินกันมาเป็นแถวเลยค่ะ  บนเวทีตอนสัมภาษณ์บ่าวสาว เพื่อนนัทน้ำตาคลอตื้นตันตลอดเวลา แล้วพูดขอบคุณแขกทุกคนที่ให้เกียรติมางานทั้งที่มีสถานการณ์ไม่มั่นคงเกิดขึ้น  แล้วปิดท้ายว่างานความฉุกละหุก ยากลำบากทุกอย่างในวันนี้ทำให้เค้ารู้ว่า ถึงแม้ชีวิตคู่จะมีอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ถ้าเรารักกันพอ มีความรักจากคนรอบข้างที่คอยมอบกำลังใจให้เค้า everything is gonna be ok 🙂 เรียกเสียงตบมือ และรอยน้ำตาจากแขกกันทั่วงานเลยค่ะ

 

เมื่อไฟดับในวันงานแต่งงาน

อันนี้เป็นงานพี่ชายของเพื่อนสนิทนัทเองค่ะ  ตอนงานแต่งงานเกิดเหตุไฟไหม้ที่ตึกข้างๆโรงแรม ทำให้ไฟดับทั้งแถบ ทำอะไรไม่ได้จริงๆ มีแค่ไฟฉุกเฉินเล็กๆบางจุด แต่ไฟ spotlight projector ระบบดนตรี ลำโพงเพลง ไมค์ ทุกอย่างใช้ไม่ได้เลยสักอย่าง แล้วคือมันเกิดเหตุ ณ เวลาพิธีการพอพีเป๊ะๆๆๆ  พี่เจ้าสาวfreak out ร้องไห้ไปเรียบร้อย ก่อนที่จะสงบสติอารมณ์ได้ แล้วค่อยๆแก้สถานการณ์ไป  เพื่อนๆบ่าวสาวช่วยกันจุดเทียนเล็กๆถือรอบตัวบ่าวสาว  บ่าวสาวไม่อยู่บนเวที แต่ลงมาอยู่ใกล้ๆกับแขกแทน เพื่อที่ว่าพูดอะไรไปจะได้ได้ยินกันมากที่สุด อาศัยแสงเทียนน้อยๆของเพื่อนๆเป็นกำลังใจ  เพลงอะไรก็ไม่มี อาศัยเพื่อนๆช่วยกันร้องเพลงคลอไปกับแสงเทียน   สุดท้ายบ่าวสาวกล่าวขอบคุณแขกด้วย message ที่ว่า งานวันนี้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้ไปได้ยังไง  แต่อุปสรรคในวันนี้จะเป็นตัวย้ำเตือนให้เค้ารู้ว่า เรายังมีกันและกัน มีครอบครัว มีเพื่อนๆคอยอยู่เคียงข้าง เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เจอปัญหาเค้าจะลุกขึ้นมาสู้ ยิ้มให้กับปัญหา และก้าวผ่านไปด้วยกันให้ได้ 🙂

 

“Being happy doesn’t mean that everything is perfect.  It means that you’ve decided to look beyond the imperfections.”

 

นัทว่าคงไม่มี quote ไหนปลอบใจเพื่อนๆที่กำลังล่กกับงานแต่งงานได้ดีเท่า quote นี้แล้วล่ะค่ะ  ถ้าเพื่อนๆอ่านตั้งแต่ต้น เพื่อนๆน่าจะเห็นภาพเดียวกันกับนัทเลยว่าทุกอย่างมันอยู่ที่เรา จะ perfect ไม่ perfect ก็คือสิ่งที่เราบอกตัวเอง ถึงแม้งานเราอาจจะมีข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือเราเลือกที่จะปล่อยวาง มองข้ามไปบ้าง แล้วจัดการกับความรู้สึกของตัวเองดีกว่า ถ้าเรา happy คนอื่นก็ happy ไปกับเรา  งานที่สมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่งานที่จัดได้เป๊ะๆๆๆในทุกรายละเอียด แต่คืองานที่บ่าวสาวเลือกที่จะมีความสุขกับ moment สำคัญของชีวิตคู่ แล้วเลือกที่จะมองข้ามจุดผิดพลาดเล็กๆน้อยๆไปต่างหากค่ะ

 

Enjoy your wedding day นะคะ 🙂

 

 

39 Responses

  1. ได้รับอีเมล แจ้งเตือนว่าใกล้จะถึงวันเหมือนกันค่ะ รู้สึกกังวลไปซะทุกอย่างจริงๆๆ 555

  2. Pear Chayanit

  3. มีประโยชน์มากๆๆเรยค่าาาาา อยากได้ email แจ้งเตือนบ้างจังค่าาา

  4. Poogun Peeraya. เพจนี้เขียนดี

  5. ผมกับแฟน ต้องข่มใจใช้สติกันเลยทีเดียว เพราะเรื่องจุกจิกเยอะมาก หากพลาดสติเตลิดนี่ อาจจะมีเลิกกันก่อนแต่งแน่นอน

  6. ขอบคุณค่าคุณนัท
    ของมายอีก 2 เดือน รู้สึกเครียดๆนิดนึง เพราะทำเองเกือบทุกอย่างค่ะ เเต่ในความเครียดก็มีความสุขนะคะ 🙂

  7. อีก 2 เดือน ยังไม่พร้อมเหมือนกันค่า

  8. อีก 5 วันแย้วว Suttinee Assawabenjang

  9. Jookjick Kesinee

  10. Juthasit Mekwongtrakarn

  11. Daydreaming Ja ลองอ่านดูนะพี่ป๋อ

  12. ตอนนี้แขกเยอะมากกว่าที่แพลนไว้ คิดไว้ว่าจะจัดงานเล็กๆแขกที่สนิทเท่านั้น พอมีคนทักว่าถ้าไม่เชิญจะน่าเกลียดเท่านั้นแหละ. แขกพุ่งจนต้องเปลี่ยนสถานที่ จนต้องเลื่อนวันอีกละ. ปัญหาเยอะมาก จุกจิก ใกล้จะถอดใจแล้วอ่ะ

  13. เพิ่งผ่านงานแต่งมาไม่นานเลยค่ะ ได้ข้อคิดมาอย่างนึงคือ อะไรที่มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราตั้งใจก็ต้องปล่อยๆมันไปค่ะ เพราะพอถึงเวลาจริงๆมันผ่านไปเร็วมากจนไม่มีเวลามานั่งคิดเลยค่ะ 555

  14. Siriwan Plaingam Preaw Apinporn Sukanya Kongsuwan ใกล้หล่ะ