Diamond 101: รู้รอบเรื่องเพชรก่อนเลือกแหวนแต่งงาน

posted in: Wedding 101 | 7

นัทกับคุณลุงเติบโตมาในครอบครัวที่คุณแม่ของเราสองคนไม่ได้ชอบดูเพชร ไม่ได้สะสมเพชร บ้านเราสองคนเลยไม่ได้มีความรู้ใดๆทั้งสิ้นว่าเวลาจะเลือกซื้อเพชรต้องดูอะไรบ้าง พอถึงวันที่ต้องหาแหวนแต่งงานเลยเป็นอีกหนึ่งความน่าตื่นเต้นของพวกเราทุกคนเลยล่ะค่ะ เหมือนต้องไปเผชิญโลกใบกว้างใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างหน้าบ้าง

 

นัทกับคุณลุงเริ่มปฏิบัติการตะลุยหาแหวนเพชรด้วยการเดินอย่างมาดมั่นเข้าไปในร้านเพชรสุดหรูกลางห้างดัง ไปด้วยความรู้เรื่องเพชรที่เท่ากับศูนย์ แต่ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากเข้าไปลอง window shopping ดูๆว่ามันมีแหวนแบบไหนบ้างอะไรยังไง ลองดูแบบที่ชอบว่าใส่แล้วเหมาะกับเรามั้ย แล้วค่อยเอามาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ของเราทั้งคู่อีกที วันนั้นเลยชิลๆอารมณ์เหมือนเข้าไปเดิน shopping ดูเสื้อผ้าตามปกติ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปซะอย่าง

 

แต่เมื่อก้าวขาเข้าไปในร้านเพชรที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีแต่แสง spotlight ระยิบระยับวับวาวจนตาพร่า พนักงานแต่งตัวหรูหราดูดีเดินเข้ามาประชิดตัวพร้อมยิ้มโชว์ฟันสวยระดับสิบ ก่อนจะเริ่มยิงคำถามใส่รัวๆว่ามองหาอะไรยังไงนู่นนี่ พอรู้ว่าเรากำลังมองหาแหวนแต่งงาน คำถามภาษาเพชรๆก็ถูกยิงรัวใส่นัทกับคุณลุงอย่างไม่ยั้ง

 

มองหาเพชร size ขนาดไหนคะ? กี่กะรัตดี?

แล้ว Color ล่ะคะ? น้ำไหนดีคะ? เรามี ตั้งแต่ I Color ขึ้นไปเลยค่ะ น้ำงามมาก

แล้ว serious เรื่อง Clarity มั้ยคะ ต้อง VVS1 เลยมั้ย?

Cutting ของที่ร้านเราเป็น Triple Excellent ค่ะ

มี certificate GIA รองรับด้วยนะคะ

 

ณ จุดนั้น นัทว่า feel มันเหมือนเวลาเดินไป counter เครื่องสำอางค์แล้วมีคนเดินตามปะกบ เกร็งไปหมด ไม่รู้จะตอบน้องพนักงานยังไง จะทำตัวแบบไหน แต่ว่าการเข้าร้านเพชรน่ากลัวกว่านั้นอีกสิบเท่า 555 ส่วนคุณลุงของนัทหน้าเหวองงเป็นไก่ตาแตกไปเรียบร้อย เด็กเนิรด์ที่ไม่เคยเข้าร้านเพชรคงฟังทั้งหมดที่น้องพนักงานคนสวยพูดไม่รู้เรื่อง สมองไม่รับไรทั้งนั้น 5555 ส่วนนัทเองก็ไม่เคยรู้เรื่องเพชรอะไรเลย น้องเค้าให้ดูอะไรก็ทำตาม ให้ส่องกล้องดูหัวใจ ลูกศรอะไรก็ส่องไปกับเค้า ให้เอาเพชรมาวางบนกระดาษขาวเทียบสี ก็ทำตาม แต่ถามว่ารู้มั้ย เข้าใจมั้ย ตอบเลยว่าไม่ 555555

จริงๆน้องพนักงานเค้าไม่ได้ผิดอะไรเลย เค้าก็พยายาม educate นัทกับคุณลุงเต็มที่ เพียงแต่ข้อมูลมัน overloaded ล้นปรี่จนนัทกับคุณลุงงงไปหมด  วันนั้นเลยจบลงที่คุณลุงนั่งดื่มชาสวยๆหมดไปสองแก้ว ในขณะที่นัทก็เออออห่อหมกฟังน้องเค้าบรรยายจนจบ ก่อนที่จะออกมาตัวลีบๆงงๆ เพิ่งจะรู้ว่าการเลือกเพชรมันซับซ้อนขนาดเน้ ไม่เห็นมีใครเคยเตือนเล้ย – -“

 

หลังจากจบ mission เดิน shopping หาแหวนเพชรในวันนั้น นัทเลยมานั่งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วก็ปรึกษาท่าน CEO เพื่อนเจ้าสาวประจำงานแต่งงานคนสำคัญของนัท ผู้ซี่งมี passion เรื่องการดูเพชรมาตั้งแต่เด็ก จนได้ข้อมูลอย่างละเอียดมา วันนี้นัทเลยเอาเรื่องสำคัญๆที่เพื่อนๆควรจะต้องรู้มาเขียนเป็นภาษานัทนัทให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ เผื่อใครไม่ได้มีความรู้เรื่องเพชรมาก่อน อ่าน article วันนี้จบแล้วจะได้พอมี idea ขึ้นมาบ้าง จะได้ไม่เข้าไปหาแหวนแบบงงๆก๊งๆอย่างนัทกับคุณลุงค่ะ 🙂

 

Getting to know 4 C

เจ้า 4C นี่เป็นเหมือนกับ 4 เรื่องสำคัญที่ใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาความสมบูรณ์ของเพชรค่ะ ซึ่งราคาของเพชรก็ขึ้นอยู่กับค่าของเจ้า 4 C นี่แหล่ะค่ะ  4 C ประกอบไปด้วย

CARAT –> CUT –> COLOR –> CLARITY

 

CARAT

กะรัตนี่น่าจะเป็น C ที่เพื่อนๆคุ้นหูที่สุดแล้วล่ะค่ะ (โดยเฉพาะในข่าวบันเทิงเวลามีดาราแต่งงาน hehe) เพราะมันก็คือขนาด หรือน้ำหนักของเพชรนี่เอง แต่บางทีเพื่อนๆอาจจะได้ยินที่ร้านบอกว่า เพชรเม็ดนี้ 50 ตัง  ถ้าพูดง่ายๆเลย ตังก็เหมือนกับจุดทศนิยมอ่ะค่ะ 0.50 กะรัต = 50 ตัง อะไรงี้เป็นต้นค่า  จะเลือกขนาดใหญ่กี่กะรัตก็ขึ้นอยู่กับงบในกระเป๋า กับขนาดนิ้วของเราว่าเหมาะกับขนาดไหน ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งแพงค่ะ :’(

dimond1

 

CUT

Cut นี่คือการเจียระไนค่ะ เป็นตัวบ่งบอกให้เรารู้ว่าสัดส่วนของเพชรเม็ดนั้นๆสวยงามเปล่งประกายระยิบระยับขนาดไหน ยิ่งถ้าเพชรผ่านการเจียระไนที่ super ได้สมมาตรไปทุกอย่างส่วนงาม ทั้งความลึก ความกว้าง องศานู่นนี่ เพชรเม็ดนั้นก็ยิ่งจะวิ๊งค์ๆเป็นกระกายเวอร์วังออกมาค่ะ  เวลาเพื่อนๆไปที่ร้าน บางทีน้องๆพนักงานเค้าจะบอกว่า เม็ดนี้นี่ Excellent Cut ก็หมายถึงว่าเพชรเม็ดนี้เป๊ะสวยงาม ถ้าบอกว่า Tripple Excellent Cut ก็หมายถึงที่สุดแห่งความเป๊ะไปทุกสัดส่วน ไม่กว้างไป ไม่ตื้นไป ไม่ลึกไป เลยจะส่งประกายวิ๊งๆได้ดีที่สุดค่ะ

dimond2

ส่วนมากเพชรทรงกลมที่มีการเจียระไนแบบสวยงามสมบูรณ์เนี่ย ที่ร้านเพชรเค้าจะบอกเราอีกว่า เม็ดนี้นี่มี perfect hearts and arrows เลยนะคะ แปลว่ามันจะส่องแสงเปล่งประกายระดับสิบมาก  ซึ่งวิธีดูก็คือต้องใช้กล้องส่องดูเพชรจากทั้งด้านบน และด้านฐาน จะเห็นเป็นลูกศร 8 อันเท่าๆกันด้านนึง อีกด้านจะเป็นหัวใจ 8 ดวงเท่าๆกันค่ะdimond3

 

COLOR

หมายถึงสีของเพชรค่ะ หรือที่เราคุ้นหูกับคำว่า น้ำของเพชร เพชรน้ำงาม อะไรแบบนี้ค่ะ  เพชรที่เริ่ดที่สุดคือเพชรที่ไม่มีสีเลย ใส่กิ๊งที่สุดในโลก ซึ่งตามภาษาเพชรๆแล้วนี่ เค้าจะให้เกรดเพชรที่ใสไม่มีสีว่า D Color หรือเรียกอีกอย่างว่าเพชรน้ำ 100 ค่ะ แล้วค่อยๆไล่ลดหลั่นกันลงมา   ตามปกติแล้วเนี่ย นัทว่าสายตามนุษย์ปุถุชนคนธรรมาดาจะบอกไม่ได้ทันทีหรอกค่ะว่า เพชรที่เรามองอยู่เป็นน้ำอะไร color อะไร มันต้องมีเพชรอีกเม็ดมาเปรียบเทียบกัน หรือวางบนกระดาษขาวหงายก้นเพชรขึ้น แล้วค่อยๆตั้งใจส่องดูถึงจะเห็นว่าสีมันต่างกันจริงๆนะจ้ะ  ระดับสีที่ถือว่าค่อนข้างใสขาวมากใช้ได้คือ D-I ค่ะ  หรือประมาณน้ำ 100 ลงมาถึง 95

dimond4

 

CLARITY

หมายถึงความสะอาด ไร้ตำหนิค่ะ  เนื่องจากเพชรเป็นอัญมณีธรรมชาติเนอะ มันก็เลยมีรอย มีตำหนิอะไรบ้างก็ว่ากันไปค่ะ ซึ่งถ้าจะเพ่งลึกมองหาตำหนิแล้ว ปกติก็ต้องใช้กล้องขยายซูมๆๆเข้าไปดูค่ะ เค้าก็จะมีเกรดแบ่งความสะอาดของเพชรหลายแบบเลยค่ะ

  • IF หมายถึง Internally Flawless บริสุทธิผุดผ่องไร้ซึ่งตำหนิใดๆ อลังการมากมาย
  • VVS1/ VVS2 คือ มีตำหนิแบบ Very Very Slightly ค่ะ  น้อยมากแทบจะมองไม่เห็น ถือว่าคุณภาพดีงามมากค่ะ
  • VS1/VS2 คือมีตำหนินิดหน่อย Very Slightly แต่ก็ต้องเพ่งพิจาณาแบบตั้งใจสุดๆถึงจะเห็นค่ะ ระดับนี้ก็ยังถือว่าโอเคค่ะ

ปกติเพชรที่นิยมนำมาทำแหวนแต่งงานก็จะอยู่ range ประมาณ VVS1/2 VS1/2 นี่แหล่ะค่ะ แต่อาจจะต้องขอดูหน่อยว่าไอ้ตำหนิที่ว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าอยู่ตรงฐานเพชรนิดหน่อยนี่พอเอามาทำเป็นตัวแหวนแล้ว มองไม่เห็นแน่นอน แต่ถ้าตำหนิอยู่ตรงด้านบนเป๊ะๆๆๆ  อันนี้อาจจะต้องลองชั่งใจดูแบบเป็นกลางๆจริงๆว่า เรามองปุ๊บแล้วเห็นรึเปล่า ควรจะหาเม็ดอื่นแทนมั้ยคะ

 

Which diamond is perfect for you?

เมื่อเราเข้าใจ Concept 4 C แล้ว ทีนี้ก็กลับมาที่คำถามที่ต้องตอบตัวเองแล้วล่ะค่ะว่า แล้วเพชรแบบไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุด นัทว่าสิ่งที่ต้องนึกถึงเป็นอย่างแรกเลยก็คือ Budget ที่เรามีค่ะ

ที่นัทมองว่าเราต้องตั้งงบในใจไว้ก่อน ก็เป็นเพราะว่าพวกเราทุกคนก็คงอยากได้เพชรที่น้ำงามสวยที่สุดอยู่แล้วใช่ม๊า เม็ดใหญ่ๆใสกิ๊งไร้ตำหนิส่องประกายวิบวับระดับห้าร้อยเมตรอะไรงี้ แต่ในความเป็นจริง ราคามันก็ผันไปตามคุณภาพใน C ต่างๆค่ะ ยิ่งใหญ่ขาวใสวิ๊งเท่าไหร่ก็ยิ่งแพงเท่านั้น Y-Y  มันเลยเป็นที่มาว่าเราต้องมี Budget ก่อน แล้วค่อยๆมาชั่งน้ำหนักในใจดูว่า ในจำนวน 4C นี้เนี่ย เราให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น เราให้ความสำคัญเรื่องขนาดเป็นอันดับหนึ่ง ต้องขนาด 1 กะรัตขึ้นไป range ราคาก็จะบอกเราคร่าวๆแล้วล่ะค่ะ ว่าจากงบที่เรามา ต้องลดหลั่นอย่างอื่นไปเท่าไหน ตัวนัทเองมองว่า เรื่องขนาด กับการเจียระไนสำคัญ เพราะถ้าเจียระไนได้ดี เพชรก็จะส่องประกายมากๆ สีอาจจะไม่ต้องใสกิ๊ง D Color น้ำ 100 อะไรขนาดนั้น ลงมาที่ G/ H Color ก็ได้  แต่ถ้าส่องประกายดีวิ๊งๆมันก็จะทำให้สีดูใสเปล่งประกาย ใสกิ๊ง และเมื่อกระจายแสงได้ดี เราก็จะมองว่าขนาดขึ้นกว่าความจริงอีกค่ะ

 

ถ้าเพื่อนๆอยากลองดูราคากลางของเพชรคุณภาพต่างๆดูก่อน อาจจะลองเข้า website นี้ก็ได้ค่ะ เค้าเป็นเหมือนราคากลางของตลาดเพชรค่ะ มันจะมีให้ลอง filter ว่าเราอยากได้ประมาณไหนๆ ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่ค่ะ ลองกดตรง Filter นะคะ 🙂

http://www.bluenile.com/diamond-search?track=NavDiaSeaRD

dimond5

 

Which type of ring is perfect for you?

เมื่อเราเลือกเพชรได้แล้ว เราก็ต้องมานั่งคิดกันอีกว่า แล้วเราชอบแหวนทรงไหน รูปแบบไหน ซึ่งในตลาดก็มีหลากหลายรูปแบบมากเลยค่ะ นัทลองเอาตัวอย่างแบบดังๆมาให้เพื่อนๆดู จะได้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ

Solitaire Ring คือแหวนแบบเกลี้ยงๆมีเพชรเม็ดเดี่ยวเด่นๆเม็ดเดียวค่ะ

dimond6

 

Side Stones/ Diamond Band คือแหวนที่มีเพชรเด่นๆตรงกลาง แล้วด้านข้างจะมีเพชรเม็ดเล็กๆอยู่เป็นบ่าค่ะ

dimond7

 

Besiege คือแหวนที่มีเพชรเม็ดเล็กๆล้อมรอบเพชรเม็ดใหญ่ตรงกลางค่ะ อาจจะมีเพชรตรงบ่าข้างหรือไม่มีก็ได้

dimond8

 

นัทมีจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าตัวเองชอบแหวนแบบไหน เลยง่ายหน่อยไม่ต้องปวดหัวมาก แต่ถ้าเพื่อนๆยังไม่มีไอเดียว่าตัวเองชอบแบบไหน ก็อาจจะลองเปิด Pinterest ดู search หาแบบแหวนแต่งงานแบบต่างๆ หรือดูใน website http://www.bluenile.com/build-your-own-ring/settings?track=NavEngHalo      ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเพื่อนๆก็จะเริ่มเห็นเองว่าตัวเองโดนดึงดูดไปกับแหวนแบบไหนเป็นพิเศษรึเปล่า หรือว่าลองเข้าไปดูในร้านแหวนต่างๆแล้วลองใส่ดูว่านิ้วเราเหมาะกับแบบไหนค่ะ 🙂

 

Things to be watch out

นัทว่าสิ่งที่ยากอีกอย่างสำหรับการหาซื้อแหวนก็คือ เราเจอร้านที่ไว้ใจได้รึเปล่าค่ะ ยิ่งถ้าเพื่อนๆเข้าไปแบบไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วไปเจอร้านที่พร้อมจะหลอกผู้บริโภค เราอาจจะลำบากงงๆก๊งๆหลงไปกับเค้าได้ เพราะฉะนั้น ทำการบ้านก่อนนะคะ อ่าน article วันนี้ของนัทก็ได้ อย่างน้อยถ้าเรามีความรู้โต้ตอบกับคนขายได้บ้าง เราจะได้รู้เท่าทันเค้าค่ะ

หรือเพื่อนๆอาจจะดูเพชรที่มีใบ certificate รับรองก็ได้นะคะ จะได้มั่นใจเรื่องคุณภาพ ซึ่งหลักๆจะมีอยู่สองสถาบันที่ออกใบ certificate ได้ นั่นก็คือ GIA กับ HRD ค่ะ  ซึ่งถ้าเพื่อนๆเลือกซื้อเพชรที่มีใบเซอร์รับรอง เค้าจะมีเลเซอร์รหัสของเพชรฝังไว้ที่ตัวเพชรเลยค่ะ ก่อนที่เราจะสั่งเอาไปทำตัวเรือน ทางร้านควรจะต้องให้เราใช้กล้องส่องดูว่ารหัสตรงกับในใบเซอร์จริงรึเปล่า  และเมื่อทำตัวเรือนเสร็จแล้ว ทางร้านก็ต้องให้เราส่องกล้องดูอีกรอบว่าเพชรที่อยู่ในแหวน ใช้เม็ดเดิม รหัสเดิมกับที่เราซื้อจริงๆไม่ได้หลอกน๊า

อีกเรื่องที่เพื่อนๆต้องบอกตัวเองไว้เลยก็คือ ร้านเพชรที่อยู่ในห้างส่วนมากจะ mark up ราคาขึ้นไปประมาณ 30% นะคะ อาจจะต้องกล้าต่อรองหน่อย หรือว่าหาร้านค้าที่ไว้ใจได้ ไม่ได้ตั้งอยู่ในห้าง จะได้ราคาที่ดีกว่าในคุณภาพที่เท่าๆกันค่ะ

 

เป็นไงคะเพื่อนๆ อ่าน article วันนี้ของนัทแล้วพอจะเข้าใจเรื่องเพชรมากขึ้นใช่มั้ยคะ 🙂 เราจะได้เข้าร้านเพชรได้อย่างมั่นใจขึ้นเนอะ หรือเพื่อนๆอาจจะแอบเนียนๆส่ง link นี้ให้แฟนอ่านนะ educate ไว้ก่อน เผื่อเค้าจะแอบไปดูแหวนเพชรมา surprise เราค่ะ hehe ^_^

 

ขอไฟล์เตรียมงานแต่งงาน:
E-mail:*
แต่งงานเดือน*
แต่งงานปี*

 

 

7 Responses

  1. Wittawat Tawong อ่านๆ

  2. Niti Rungjerdfa

  3. ขอบคุณค่ะคุณนัท มีข้อมูลดีๆมาแชร์อีกแล้ว

  4. ขอบคุณคะ สำหรับข้อมูลดีๆคะ