Cocktail VS โต๊ะจีน: จัดงานแต่งยังไงให้แขก Happy?

posted in: Wedding 101 | 29

ส่วนมากเวลาพวกเราคุยกันเรื่องเตรียมงานแต่งงาน เราก็จะนึกถึง theme งานน่ารัก เจ้าสาวหน้าผมชุดสวยปิ๊ง มีตากล้องฝีมือดีเก็บภาพความประทับใจ ลำดับขั้นตอนของพิธีการต่างๆไหลลื่น presentation สุดซึ้งใช่ม๊า?  แต่วันนี้นัทอยากชวนเพื่อนๆมาคุยกันถึงเรื่องที่สำคัญไม่แพ้รายละเอียดอื่นๆในการเตรียมงานแต่งงานเลย นั่นก็คือเรื่องรูปแบบการจัดงาน และอาหารในงานค่ะ

 

คุณพ่อคุณแม่นัทเคยบอกไว้ว่า ถึงงานเราจะจัดอลังการแค่ไหน จะขนดอกไม้มาทั้งทุ่ง บรรยากาศจะโรแมนติกซาบซึ้ง บ่าวสาวสวยหล่อขนาดไหน แต่ถ้าเราดูแลแขกไม่ดี อาหารในงานเราไม่พอ ไม่อร่อย แขกต้องหิ้วท้องหิวโซกลับไปกินมาม่าที่บ้าน สิ่งที่แขกจะจดจำจากงานเราจะไม่ใช่รายละเอียดของงานแต่งงานที่สวยงาม แต่จะเป็นเรื่องที่ว่าดูแลแขกไม่ดีเลย อาหารไม่พอ ไม่อิ่มเลย  Y-Y

 

วันนี้นัทเลยอยากชวนเพื่อนๆมาอ่านไปคิดไปเรื่องรูปแบบการจัดงาน และเรื่องราวต่างๆที่เราต้องเตรียมแผนไว้รับมือดูแลแขกกันดีกว่าค่ะ ถ้าเพื่อนๆดูแลแขกได้ทั่วถึง อาหารอร่อย อาหารหลากหลาย อิ่มท้อง แขก happy งานเราก็สำเร็จไปเกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ yeah 🙂

checklist2

 

จัดงานแบบโต๊ะจีน หรือ Cocktail ดี?

ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบอกเพื่อนๆว่าเราควรจัดงานแบบโต๊ะจีน หรือค๊อกเทลดีนี่อยู่ไม่ไกลตัวเราเลยค่ะ นั่นก็คือคุณพ่อคุณแม่ และผู้ใหญ่ที่เคารพของทั้งสองฝ่ายนี่เอง เพื่อนๆคงต้องจับเข่าคุยกัน ปรึกษาจริงจังเลยว่า คุณพ่อคุณแม่มี preference อะไรมั้ย มีเรื่องอะไรที่กังวลเป็นพิเศษรึเปล่า คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนสนิทนัทหลายคน request ขอให้จัดเป็นแบบโต๊ะจีน เพื่อที่แขกจะได้อิ่มแน่ๆ ไม่เมื่อย นั่งคุยกันได้สบายๆ   

 

แต่สำหรับเพื่อนๆที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายเปิดกว้าง จัดงานรูปแบบไหนก็ได้ เพื่อนๆอาจต้องมานั่งเทียบข้อดี ข้อควรระวังของการจัดงานในแต่ละรูปแบบ เพื่อจะเลือกประเภทของงานที่เหมาะกับสไตล์ของเรามากที่สุด และหาทางป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดค่ะ

 

What if I go for Cocktail style?

จริงๆการจัดงานแบบค๊อกเทลนี่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆนะคะ อาจจะด้วยความที่มันสะดวกตรงที่เราไม่ต้องจัดวางแผนที่นั่งแขก จัดโต๊ะให้ลงตัวเป๊ะๆ สามารถเชิญแขกได้จำนวนมากกว่าโต๊ะจีนในสถานที่เดียวกัน และงานก็ดูคึกคักมากขึ้น บรรยากาศสนุกมีสีสัน เพราะแขกๆสามารถเดินไปมา ทักทายพูดคุยเพื่อนๆได้รอบๆ จะ engage ให้คนมีส่วนร่วมกับงานก็ง่ายขึ้นด้วยค่ะ เพราะแขกไม่ได้โดน fixed ให้นั่งที่เดิมตลอดทั้งงาน

 

แต่เมื่อมีข้อเด่นแล้ว มันก็มีข้อควรระวังสำหรับการจัดงานแบบ Cocktail อยู่เหมือนกันนะคะ นัทเลยรวบรวม comment ที่ได้ยินบ่อยๆ แล้วชวนเพื่อนๆให้มาคิดต่อด้วยกันว่าเราจะป้องกัน หรืออย่างน้อย limit ให้ปัญหาพวกนี้เกิดได้น้อยที่สุดได้ยังไงค่ะ

 

งานแบบ Cocktail อาหารน้อย ไม่อิ่ม

กินยังไงก็ไม่สะกิดท้อง

กลับบ้านต้องกินมาม่าต่อ Y-Y

 

อันนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่ได้ยินบ่อยมากเลย อาจจะเพราะตัวอาหารค๊อกเทลเองเนี่ย ส่วนมากมันจะมาเป็นลักษณะ finger food จัดมาเล็กๆจุ๋มจิ๋มน่ารักพอดีคำ แต่ไม่อิ่มพุงคนทานค่ะ challenge หลักที่สาวๆต้องตีโจทย์ให้ได้ก็คือ แล้วจะสั่งอาหารยังไง ให้เป็น cocktail ที่แขกของเรา happy

food1

  • ก่อนอื่นเลย เพื่อนๆต้องทำความรู้จักอาหารต่างๆที่อยู่ในเซท cocktail ที่เราเลือกค่ะ ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนนัทป่าว แต่นัทว่าชื่อเมนูต่างๆมันอ่านแล้วยากจะเข้าใจ ยิ่งเมนูในโรงแรมเนี่ยยิ่งแล้วใหญ่ อ่านชื่อแล้วไม่รู้คืออะไร รู้แค่ว่าทำจากหมู ไก่ ปลา อะไรงี้ 555  ถ้าเพื่อนๆเป็นแบบนัทก็ขอให้ทางเซลล์ส่งรูปมาให้ดูเลยค่ะ พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละอย่างมันคืออะไรบ้าง เราจะได้เห็นเลยว่าเวลาเค้าจัดวางเสริฟในงานมันจะออกมาแบบไหน ออกมาดูดีมั้ย portion ใหญ่รึเปล่า เราจะได้พอเห็นภาพคร่าวๆว่าควรเลือกเมนูไหนบ้าง จะได้มี variety ออกมากำลังดี ทั้งสีสัน และขนาดของ portion ด้วยค่ะ  แต่จริงๆวิธีที่ดีกว่าการของดูรูปก็คือขอไปชิมนี่แหล่ะค่ะ ลองถามเซลล์ว่าพอจะเป็นไปได้มั้ย หรือว่าเค้ากำลังจะมีจัด wedding fair ของที่โรงแรมรึเปล่า เราได้แวะไปดู และชิมของจริงค่ะ  

 

  • อาหารที่มากับ set Cocktail ไม่อยู่ท้องแขกแน่นอนค่ะ เราคงต้องสั่งซุ้มอาหารเพิ่ม ซึ่งจะสั่งเพิ่มมากน้อยแค่ไหนก็มีจากสองส่วนค่ะ ส่วนแรกคือลักษณะอาหารที่มากับ set cocktail ถ้ามันเป็นอาหารเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย อิ่มท้องนิดๆ Portion ของอาหารที่สั่งเพิ่มอาจจะไม่ต้องเยอะเท่ากับ set cocktail ที่มีแต่อาหารแนว finger food (พวกที่เป็นถ้วยเล็กๆ ช้อนเล็กๆ canape อะไรพวกนี้ค่ะ)

 

How to สั่งซุ้มอาหารเพิ่ม?

  • ถ้าตามที่ทางโรงแรม และเจ้าสาวรุ่นพี่ๆแนะนำมา เค้าจะแนะนำให้ใช้สูตรว่า แขกหนึ่งคนจะทานคนละประมาณ 2.7 Portion พูดง่ายๆก็คือแขกมักจะเดินไปตักอาหารจานหลักเฉลี่ยออกมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้งค่ะ  ถ้าเราสั่งอาหาร portion เพิ่มประมาณ 2.7 portion แขกทุกคนก็น่าจะได้ทานกันทั่วถึง  แต่ว่าเพื่อนๆอาจจะต้องทำความเข้าใจแขกของตัวเองด้วยล่ะค่ะ ว่าแขกเราเป็นงั้นรึเปล่า อย่างของนัท นัททราบว่ามีญาติๆผู้ใหญ่เยอะ มีเพื่อนๆคุณพ่อเยอะ ซึ่งทุกคนชอบกินอาหารอร่อย นัทเลยคิดว่าสั่ง 2.7 portion ไม่พอ สั่งเผื่อเป็น 3 portion ต่อคนไปเลยดีกว่า  เผื่อมีคนมาเกินจากที่แจ้งทางโรงแรมไว้ อาหารจะได้ไม่ขาดค่ะ

 

  • ถ้าเพื่อนๆสรุปออกมาว่าจะสั่งอาหารเพิ่ม 2.7 portion ต่อคน แปลว่า ถ้าเชิญแขก 400 คน ก็ต้องเตรียมอาหารประมาณ 1,080 portion  (Note: คำว่า portion หมายถึง หนึ่งจานค่ะ เช่น ข้าวมันไก่ 1 จาน, พาสต้า 1 จาน)  โดยเวลาสั่งอาหาร ไม่ได้แปลว่า ทุกซุ้มต้องสั่ง 1,080 portion นะคะ แต่หมายถึงว่ารวมๆกันทุกซุ้มเท่ากับ 1,080 portion ค่ะ

food2

  • ทีนี้ถ้าถามว่า แล้วจะเลือกสั่งซุ้มอะไรเพิ่มดี อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์เพื่อนๆ และงบในกระเป๋าเลยค่ะ ว่าจะจัดเต็มขนาดไหน เพราะจริงๆซุ้มที่ทางโรงแรมมักจะมีให้เลือก ก็จะมีปนๆกันไประหว่างซุ้มที่ราคาสูง กับราคาย่อมเยา ตอนนัทเลือก นัทเลือกปนๆกันระหว่างอาหารที่ทานแล้วอร่อยแน่ อิ่มท้องชัวร์ เช่นข้าวมันไก่ Pasta ข้าวหมูแดง กระเพาะปลา โดยสั่งจำนวน portion เยอะหน่อย อาจจะอย่างละ 200 portion แล้วเลือกสั่งอาหารที่มีแล้วทำให้งานเราดูดีมีสกุล เช่นพวกซุ้มอาหารญี่ปุ่น ซุ้ม Salmon ตัวยักษ์ ซุ้มขาแกะ ในปริมาณ portion ที่น้อยลงมาหน่อย อาจจะอย่างละ 100-150 portion แห่ะๆ มันแพงน๊า สั่งปริมาณไม่อั้นสงสารกระเป๋าตังค์คุณลุงค่ะ 😛

 

ยืนเมื่อย ปวดขา ไม่มีที่นั่ง ไม่มีที่จะวางจานกินอาหาร

 

ข้อนี้นัทเข้าใจดีจริงๆน๊า 55  เวลาใส่ส้นสูงยืนนานๆ เกร็งตัวแขม่วพุงในชุดราตรี ไหนจะต้องยิ้มสวยถ่ายรูปอีก มันเหนื่อยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆจัดงานแบบค๊อกเทล คงต้องหาวิธีตัวช่วยให้แขกไม่เหนื่อยจนเกินไปหน่อยน๊า  อาจจะเตรียมหาเก้าอี้ไว้เยอะๆหน่อย วางเป็นมุมๆจุดๆ ให้แขกได้นั่งพักผ่อน คุยกันบ้าง หรือมีโต๊ะยืนให้วางจานอาหารหลายๆที่หน่อยได้สะดวกกับแขกค่ะ ยิ่งถ้างานเพื่อนๆมีแขกผู้ใหญ่เยอะ ไม่ได้เตรียมโต๊ะ VIP ไว้ให้ เพื่อนๆยิ่งต้องให้ทางโรงแรมเตรียมเก้าอี้เพิ่มไว้เลยค่ะ

อีกอย่างที่ต้องกำชับการทางโรงแรมก็คือ ต้องให้พนักงานเสริฟขยันเดินเก็บจานใช้แล้ว ขยันเดินเสริฟน้ำหน่อยนะคะ ถ้าอาหารจัดเต็มที่ แต่ไม่มีน้ำดื่ม หรือไม่มีที่จะวางจานอาหารทางข้าว ก็น่าเสียดายน๊า

 

food3

What if I go for โต๊ะจีน style?

จริงๆการจัดงานแบบโต๊ะจีนเป็นการการันตีระดับนึงแล้วล่ะค่ะ ว่ายังไงแขกที่มาร่วมงานของเราก็น่าจะอิ่มท้อง แถมไม่เมื่อยด้วย เพราะได้นั่งตลอดเวลา เพียงแต่ว่า การจัดงานแบบโต๊ะจีนก็มี challenge แบบอื่นๆมาท้ายทายให้เพื่อนๆได้วางแผนหาวิธีป้องกันปัญหาต่างๆหลายอย่างอยู่เหมือนกันค่ะ

 

หาโต๊ะไม่เจอ ไม่มีที่นั่ง ต้องไปนั่งโต๊ะเสริมร่วมกับใครก็ไม่รู้ Y-Y

 

ถ้าเพื่อนเลือกจัดงานแบบโต๊ะจีน การคำนวนหาจำนวนโต๊ะ และจัดวางผังที่นั่งของแขกในงาน น่าจะเป็นงานใหญ่ที่ท้าทายความสามารถมากๆเลยล่ะค่ะ

 

  • เพื่อนๆไม่สามารถที่จะกะสั่ง portion จำนวนอาหารคร่าวๆแบบงาน cocktail ได้นะคะ แต่เราต้องระบุลงไปให้ชัดเจนเลยว่า เราต้องการให้เค้าเตรียมอาหารมาทั้งหมดกี่โต๊ะ เพราะฉะนั้น ตอนที่เราเชิญแขก เพื่อนๆอาจต้องพยายามขอ RSVP ซะหน่อย (RSVP = Respondez s’il vous plait หมายถึงให้ตอบรับหน่อยว่าจะมาได้มั้ย) ถีงจะไม่ได้คำตอบจากแขกทุกคน แต่ได้มาสักหน่อยก็ยังให้เห็นภาพคร่าวๆได้เหมือนกันค่ะ 🙂  ถ้าเราจัดจำนวนโต๊ะไม่พอ จะเกิดอาการแขกไม่มีที่นั่ง จะนั่งแทรกๆเบียดๆกัน อาหารก็ไม่พออีก หรือถ้าเราจัดจำนวนโต๊ะมากเกินไป งานก็จะดูหรอมแหรมโหรงเหรงไม่งาม มีคนนั่งโต๊ะละมีกี่ตัวดูเหงาเลยค่ะ

 

  • เพื่อนๆต้องลงรายละเอียดมากหน่อยในการวางผังที่นั่งของแขกค่ะ จะให้ใครนั่งกับใคร กี่โต๊ะ คนที่นั่งด้วยกันพอจะรู้จักกันมั้ย มันดูเหมือนจะไม่สำคัญนะคะ แต่ถ้าเราจับให้คนที่ไม่รู้จักกันเลย มานั่งด้วยกัน มันจะเกิดอาการกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะคุยอะไรกับใคร พาลทำเอาไม่สนุกไปกับงานแทน

 

  • เมื่อเราวางแผนที่นั่งเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆอย่าลืมถ่ายทอดรายละเอียดให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ
ฝ่ายประสานงานจากทางโรงแรม

เพื่อนๆคงต้องเอาผังที่นั่งให้เค้าดูว่าเราจัดอะไรยังไง โต๊ะไหนเป็นโต๊ะ VIP ที่ต้องการให้ดูแลเป็นพิเศษ อยากให้ layout การจัดวางเป็นยังไง ถ้าเราไม่กำชับ เดี๋ยวทางโรงแรมเข้าไปคนละแบบกับเรา แล้วเราจะอารมณ์เสียในวันงานเปล่าๆน๊า

weddingseq2

แม่งาน และคนที่ทำหน้าที่นำแขกเข้างาน

หน้าที่นี้สำคัญมากเลยล่ะค่ะ นัทเคยไปบางงานแล้วงงๆว่าจะให้นัทเดินไปไหนดี ไม่รู้อะไรอยู่ที่ไหนเลย ไม่มีคนพาแขกเข้างาน จริงๆทางเจ้าสาวเค้าอาจจะมีคนเดินนำเข้างานแล่ะค่ะ แต่ถ้าแขกมาพร้อมกันหลายคน คนดูแลอาจจะไม่พอก็ได้เนอะ เพราะฉะนั้น ทางที่ดีเราเตรียมไว้หลายๆคน ฝากงานไว้หลายๆจุดดีกว่าน๊า เกิดคนขาดอะไรขึ้นมากระทันหัน จะได้ยังพอมีคนที่รู้งานช่วยแก้สถานการณ์ให้ได้ค่ะ ^_^

 

“โต๊ะอยู่ไกลมองไม่เห็นเจ้าสาวเจ้าบ่าวเลย นั่งกับผู้ใหญ่บนโต๊ะเกร็งไปหมด”

 

นัทว่างานโต๊ะจีนต่างจากค๊อกเทลตรง feel ของงานนี่แหล่ะค่ะ ถ้างานค๊อกเทลเปรียบเหมือนงานปาร์ตี้เฮฮาของวัยรุ่น เดินเล่นเมาท์มอยเฮฮาปาจิงโกะ มีส่วนร่วมกับงานได้เต็มที่ โต๊ะจีนก็คงคล้ายๆกับวัยกลางคน ดูสุขุมนุ่มลึกมีมาด เพราะฉะนั้น challenge สำหรับเราก็คือทำยังไงถึงจะ engage กับคนได้  ทำยังไงถึงจะให้แขกที่นั่งทานอาหารเงียบๆบนโต๊ะอย่างมีมาดรู้สึกมีส่วนร่วมกับงานแต่งงาน ไม่ได้แค่มานั่งทานอาหารแบบงานเลี้ยงธรรมดาทั่วๆไป นัทลองสังเกตจากงานที่เลี้ยงแบบโต๊ะจีน แต่นัทรู้สึกสนุกมีส่วนร่วมไปกับงานมากๆ แล้วลองหาจุดเชื่อมว่าเค้าทำอะไรต่างจากงานโต๊ะจีนอื่นๆ เลยสรุปได้ตามนี้ค่ะ

  • ถ้าจัดโต๊ะจีนในห้องเลี้ยงขนาดใหญ่ เวทีจะอยู่ห่างไกลจะโต๊ะหลังห้องมากๆ มองอะไรไม่เห็นเท่าไหร่ วิธีแก้คือ อาจจะต้องมีหน้าจอขนาดใหญ่หน่อย ถ่ายทอดสดให้โต๊ะหลังๆเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างข้างหน้า และต้องมั่นใจว่ามีระบบเสียงที่ดังชัดเจนค่ะ คนที่นั่งไกลๆจะได้ไม่เหงาโดดเดี่ยวอยู่ในมุมมืดหลังห้องน๊า 🙂
  • เพื่อนๆคงต้องเลือกพิธีกรที่มีประสบการณ์หน่อย มีสีสัน สามารถดึงให้คนสนใจพิธีการบนเวทีได้ พูดคุยสนุกสนานกับแขกให้คนที่มาร่วมงานไม่เบื่อค่ะ นัทเคยไปงานนึงที่มีพิธีกรภาคสนาม ลงไปคุยกับคนที่นั่งโต๊ะหลังๆ สัมภาษณ์นิดหน่อย โยนมุขไปมากับบนเวทีหลัก ก็ดูมีสีสันดีค่ะ แต่คงต้องเป็นพิธีกรที่มืออาชีพหน่อยน๊า ไม่งั้นมุกแป๊กจะแกร่วเลยค่ะ 55 ^_^

 

เป็นไงคะเพื่อนๆ อ่านถึงตรงนี้แล้วพอจะเห็นข้อดี และข้อควรระวังของการจัดงานแต่ละประเภทแล้วใช่มั้ยคะ จริงๆเรื่องการเลือกรูปแบบจัดงาน และ จัดการเรื่องอาหารในงานนี่เป็นเรื่องที่ใช้เวลาตัดสินใจลงรายละเอียดไม่นานเลยนะคะ เพื่อนๆแบ่งเวลาจากการจัดรายละเอียดส่วนอื่นๆของงานแต่งมาสักหน่อยดีกว่าน๊า จะได้มั่นใจว่างานแต่งงานของเราเลี้ยงต้อนรับดูแลแขกทุกคนในงานให้ happy ท้องอิ่มกันถ้วนหน้าค่ะ

 

‘Happy Belly…Happy Guests…Happy Wedding!’ 🙂

29 Responses

  1. Goral Kiki Chonly Cholly

  2. เนทเรากาก ขอคนใจดี บอกเราที

  3. Isarasak Wongwanakul

  4. จิงที่สุด อาหารอร่อยมีครบไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น ไวน์เสริฟไม่อั้น แอลกฮอลมีเสริฟหลากหลายชนิด ได้รับคำชมถึงคุณพ่อคุณแม่ คนจัดงานแค่นี้ก้อปลื้มกันทั่วหน้าแล้วค่ะ

  5. พุงน้อย น่ารัก

  6. Boomboo Chompoorat ตามนี้นะเธอ

  7. Ziv Les’Paul

  8. Rung Aung Aekaphan Satjaraxa