หนึ่งคืนก่อนแต่งงาน

posted in: Wedding 101 | 18

หลังจากที่อาทิตย์ก่อนนัทเขียนเรื่องคืนแรกหลังแต่งงานไป เพื่อนๆก็ให้การตอบรับดีมาก จนกลายเป็นเรื่องที่มีคนเข้ามาอ่านมากที่สุดในเวบนัทเลย เหยยย….สารภาพกันมาเลยน๊าว่ากดอ่านกันเยอะขนาดนี้เพราะคิดว่าเรื่องจะติดเรทใช่ม๊ายยยย ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ที่นัทแซวแบบนี้เพราะมีเพื่อนๆหลายคนเลยค่ะที่แอบแซวนัทกันเข้ากันมาว่าเนื้อหามันไม่เห็นจะ sexy แบบหัวเรื่องเลย แง๊วว นัทขอโทษค่าา 555  ถ้านัทเขียนติดเรทไปเดี๋ยวเยาวชนอ่านมันจะไม่งามนะค๊า  แต่ก็มีเพื่อนๆอีกหลายคนเลยที่เข้ามาชวนนัทคุยว่าตอนนี้ยังไม่ใช่คืนแรก แต่เป็นคืนก่อนหน้าวันงานหนึ่งวัน นอนไม่หลับ กังวลใจ ทำยังไงดี วันนี้นัทเลยลองหยิบหัวข้อนี้มาเขียนดู เผื่อเพื่อนๆอ่านแล้วอาจจะทำให้ใจปลอดโปร่งโล่งสบายในคืนก่อนวันงานนะคะ

before1

 

นัทว่าการเตรียมงานเหมือนการทำ project งานใหญ่ๆชิ้นนึงนะคะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเครียด จะกดดัน กลัวงานไม่สำเร็จ กลัวงานจะล่ม แต่จุดต่างของการเตรียมงานแต่งงานกับการทำ project งานอย่างอื่นก็คือ เราอาจจะโต้รุ่งปั่นงานให้เสร็จจนนาทีสุดท้ายก่อนจะลุกไป present งานสภาพผีซอมบี้ โทรมๆ เยินๆ แค่ไหนก็ไม่เป็นไร ขอแค่งานเสร็จสมบูรณ์ แต่งานแต่งงานคือวันที่เราต้องตื่นแล้วพร้อมสวยปิ๊งทั้งวัน ห้ามเป็นซอมบี้ตาโหลเบลอๆมึนๆในงานแต่งงานตัวเอง เพราะฉะนั้น เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า เราจะจัดการตัวเองให้พร้อมสำหรับคืนหนึ่งก่อนแต่งงานยังไงดี

 

ถ้าเพื่อนๆลองหยิบปากกามานั่งลิสต์ออกมาว่าสิ่งที่น่าจะทำให้เรากังวลใจในคืนก่อนแต่งงานมีอะไรบ้าง นัทว่าเรื่องต่างๆที่จะทำให้เราไม่สบายใจน่าจะแยกออกมาได้สองกลุ่มใหญ่ๆคือ สิ่งที่เรา Control ได้ กับสิ่งที่เรา Control ไม่ได้ค่ะ

 

Controllable Factors

ถ้าเรื่องที่เพื่อนๆกังวลเป็นเรื่องที่เราสามารถจัดการได้จริงในคืนก่อนหน้างานแต่งงานหนึ่งคืน นัทเชียร์ให้เพื่อนๆลุกขึ้นมาทำเลยค่ะ จะได้ตัดความกังวลในเรื่องนั้นๆไปเลย ซึ่งนัทว่าเรื่องที่เราพอจะทำได้จริงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนงานเริ่มน่าจะมีหลักๆอยู่ไม่กี่อย่างนะคะ

 

Confirm รายละเอียดกับทีมงาน

ถ้าเพื่อนๆกลัวว่าทีมงานต่างๆจะเบี้ยวรึเปล่า จะลืมงานเรามั้ย จะเตรียมของมาครบรึเปล่า เพื่อนๆอาจจะโทรไป confirm รายละเอียดต่างๆกับ vendor อีกทีค่ะ นัดเวลา สถานที่ให้มั่นใจ confirm details ที่ตกลงกันไว้แล้วอีกรอบ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ การคุยกันคืนก่อนแต่งงานคือการ confirm รายละเอียดที่ตกลงกันไว้แล้วนะคะ ไม่ใช่การมีไอเดียบรรเจิดปิ๊งแล้วสั่งงาน หรือเปลี่ยนรายละเอียดกระทันหันน๊า ไม่งั้นคนที่จะนอนไม่หลับอีกคนจะเป็นเหล่าทีม vendor นี่แหล่ะ เดี๋ยวทีมเค้าจะหลับในทำงานเพื่อนๆไม่ได้เอาน๊าคะ ^__^

before2

 

Confirm Sequence ต่างๆกับแม่งานรอบสุดท้าย

ในกรณีที่เพื่อนๆยังกังวลว่างานจะออกมาอย่างที่เตรียมไว้มั้ย เพื่อนๆอาจจะโทรไปรันคิวต่างๆกับคนที่ช่วยเป็นแม่งานให้เราอีกรอบก็ได้นะคะ จะได้สบายใจ ปล่อยให้แม่งานเรากุมอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆแทนเราในวันงานไปเลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆเลือกเฟ้นเพื่อนคนนี้มาเป็นแม่งานแล้ว แสดงว่าเพื่อนคนนี้ต้องเป็นคนที่เราไว้ใจ ที่เรามีความรับผิดชอบ รู้ใจเรา และไว้ใจได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ปล่อยพลังความกังวลไปให้แม่งานเครียดแทนเราดีกว่าน๊า  (Oopps….สรุปไม่มีใครกล้าเป็นแม่งานแล้ว 55 🙂 )

 

เตรียมของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย

อันนี้เป็นเรื่องที่เราเตรียมตัวเองได้ค่ะ ลองเชคอีกรอบว่าชุดแต่งงานพร้อมมั้ย ลืมแหวนรึเปล่า ของที่จำเป็นต้องใช้ในงานล่ะ เตรียมเรียบร้อยยัง ถ้าเรียบร้อยหมดแล้ว ก็ไม่ต้องมีอะไรต้องกลัวไปค่ะ ลองอ่าน Article เก่าๆนัทดูนะคะ นัทเคยเขียนเรื่องแพคกระเป๋าไปงานแต่งงานไว้แล้วน๊า เพื่อนๆได้เตรียม Survival Kit ไปงานแต่งงานให้พร้อมก่อนวันงานค่ะ 🙂

 

Uncontrollable Factors

เรื่องต่างๆที่เราคุยกันเมื่อกี้เป็นเรื่องที่นัทว่าเราสามารถจัดการได้จริงภายในไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มงานได้ไม่ยากเกินไปใช่ม๊า แต่มันจะมีเรื่องยิบย่อยจิปาถะอีกหลายอย่างเลยค่ะที่จะทำให้เพื่อนๆกังวลใจ แต่มันยากตรงที่เพื่อนๆไม่สามารถไปจัดการให้เรื่องเหล่านี้ออกมาในรูปแบบที่เราต้องการได้เลยค่ะ

 

ฝนจะตกมั้ยน๊า

จะมีแขกมาร่วมงานมั้ย

แขกจะสนุกมั้ย

แขกจะอิ่มมั้ย

งานจะล่มมั้ย

เพื่อนจะชอบงานเรามั้ย

??????

 

นัทก็กังวลใจเรื่องพวกนี้ทั้งหมดเหมือนเพื่อนๆเลยค่ะ เครียดจนนอนไม่หลับ คืนก่อนวันงานนัทนอนกะคุณแม่ คุณแม่เลยถามว่า เครียดไปแล้วนัทแก้ปัญหาได้ป่าว จะไปปักตะไคร้ให้ฝนไม่ตกหรอ หรือจะไปบอกแขกว่าให้สนุกกันหน่อยนะค๊า มันก็ทำไม่ได้นี่นา แล้วในเมื่อเราไปบังคับจิตใจคนอื่น กำหนดฝนฟ้าไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือทำใจร่มๆแล้วไปนอนซะ นัทมาคิดตามที่คุณแม่บอกดูมันก็จริงนะคะ  ถึงเครียดไปนัทก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ทำได้อย่างเดียวคือปล่อยวาง ส่วนเรื่องงานจะล่มหรือไม่ล่ม อันนี้ต้องมาจากความมั่นใจในตัวเองแล้วล่ะค่ะ ถ้าเพื่อนๆตั้งใจเตรียมงานมาอย่างดี งานมันไม่ล่มหรอกน๊า โอเคว่ามันอาจจะมีปัญหาติดขัดบ้าง มี sequence ไม่ตรงตามที่คิดบ้าง แต่สุดท้ายงานมันก็ดำเนินไปได้ ปล่อยใจว่างๆ ให้คนที่เรามอบหมายงานให้จัดการปัญหาต่างๆให้เราไปนะคะ  รู้ตัวอีกทีเพื่อนๆก็เป็น Mrs แล้วค่ะ 🙂

before4

 

Sleep tight the night before your big day?

เมื่อเพื่อนๆจัดการกับเรื่องต่างๆที่น่าจะทำให้คลายความกังวลใจในคืนก่อนวันงานไปได้แล้ว นัทว่าเรามาถกกันเรื่องปัญหาใหญ่วาระแห่งชาติของว่าที่เจ้าสาวทุกคนกันดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ อาการนอนไม่หลับคืนก่อนแต่งงาน Y-Y  

 

นัทในฐานะนายกสมาคมคนนอนง่ายหลับลึกมาตลอดชีวิต ถึงกับเงิบในคืนก่อนวันงานตัวเอง เพราะนัทนอนกลิ้งไปกลิ้งมา นับแกะครบทุกตัวหมดทั้ง New Zealand ฟังเพลงบรรเลง สวดมนต์ ฟังพระสวด ทำทุกอย่างจริงๆ กว่าจะหลับได้สนิทจริงๆก็น่าจะประมาณตีสามกว่าๆได้มั้งคะ ซึ่งอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งถัดมาก็ต้องถ่างตามานั่งแต่งหน้าแล้ว เรียกได้ว่าร่างพังมาก ณ จุดนั้น  แต่เพื่อนๆไม่ต้องกลัวนะคะ นัทจะไม่ยอมให้เพื่อนๆในเพจนัทมีสภาพเป็นซอมบี้เดินได้แบบนัทเด็ดขาด นัทเลยลองหา study เกี่ยวกับการนอนหลับเต็มอิ่มมาฝากเพื่อนๆค่ะ

 

Sleep Schedule

นัทอ่านเจอคำแนะนำจากผู้เชียวชาญด้านการนอนหลับหลายคนเลยค่ะ ที่แนะนำให้เราจัดตารางการนอน และเวลาตื่นนอนล่วงหน้าก่อนวันสำคัญอย่างน้อย 3 อาทิตย์ นั่นก็เป็นเพราะร่างกายเราจะเริ่ม register ว่า เวลาช่วงนี้คือช่วงที่จะนอนแล้วนะ พอเราทำซ้ำๆต่อกัน ร่างกายจะเปิดโหมดอัตโนมัติให้เราเริ่มง่วงในช่วงเวลาก่อนนอนค่ะ  ถึงแม้ว่าเราจะกังวลใจมากคืนก่อนวันงานจนนอนไม่หลับตามเวลาที่ต้องการ แต่นาฬิการ่างกายของเพื่อนๆจะจัดการให้เพื่อนๆผลอยหลับไปใน range ประมาณบวกลบสองชั่วโมงค่ะ

 

งดคาเฟอีน

อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่พวกเราได้ยินกันคุ้นหูอยู่แล้วนะคะ คุณหมอแนะนำให้งดพวกกาแฟ ชา Chocolate หลังสี่โมงไปเลยค่ะ เพราะเจ้าคาเฟอีนจะมีฤทธิ์อยู่ในร่างกายประมาณ 8-10 ชั่วโมงเลยนะคะ oh my godd!

 

หลีกเลี่ยง Alcohol

เราอาจจะเคยได้ยินว่ากินไวน์สักหน่อยหนึ่งแก้วก่อนนอนได้หลับสบาย แต่คุณหมอบอกว่าสำหรับคืนที่มีความกังวลใจมากๆ การกิน Alcohol ไม่ช่วยเรานะคะ แต่จะทำให้การนอนหลับยากขึ้นต่างหาก เพราะว่า Alcohol ทำให้เราร่างกายเรา Dehydated ค่ะ

 

Wind Down Your Body

สักหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาที่เราต้องการเข้านอน เพื่อนๆอาจจะต้อง build ให้ร่างกายรู้ว่าชั้นกำลังจะเข้านอนแล้วนะจ้ะ จงสลึมมึนๆง่วงนอนเดี๋ยวนี้ ซึ่งวิธีช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้ตัวได้ก็คือ ค่อยๆปรับแสงในห้องให้สลัวๆลงทีละนิดค่ะ มันมี Study ตัวนึงที่บอกไว้ว่า การดิมไฟมันทำให้สมองสั่งงานว่าร่างกายกำลังจะนอนแล้วนะ จะได้นอนได้ง่ายขึ้นค่ะ การพยายามหลับจากตอนแรกไฟสว่างจ้า อีกแป๊บปิดไฟมืดติ๊ดตื๋อ ค่อนข้างจะยากค่ะเพราะสมอง และร่างกายยังไม่ทันได้ปรับตัว ยิ่งเป็นคืนที่เรากังวลใจขั้นสุดยิ่งยากไปกันใหญ่

before3

Wind Down Your Mind

อีกอย่างที่คุณหมอหลายคนแนะนำว่าควรต้องทำก็คือเลิกเล่นอุปกรณ์อิเลคโทรนิคต่างๆนี่แหล่ะค่ะ มันมี Article อันนึงที่เขียนเรื่องแสงฟ้าจากหน้าจอมือถือโดยตรง เค้าบอกว่า Blue Light หรือแสงฟ้าจากหน้าจอมือถือ Tablet ต่างๆเนี่ยเป็นตัวส่งสัญญาณให้สมองเราคิดว่าเวลานั้นคือตอนกลางวันที่ต้องทำงาน เพราะฉะนั้นสมองก็จะตื่นตัวทำงาน ยิ่งถ้าเราตื่นเต้นกังวัลนู่นนี่อยู่แล้ว สมองยิ่งไม่หยุดคิด นอนไม่ได้น๊า  เพราะฉนั้นถ้าเพื่อนๆอยากนอนหลับพริ้มอย่างรวดเร็ว เค้าเลยแนะนำให้หยุดเล่นมือถือ chat เล่น Facebook ช่วงสักหนึ่งชั่วโมงก่อนนอนเลยค่ะ

 

Pamper yourself

เค้าว่ากันว่าสิ่งที่จะช่วยให้เรานอนหลับง่ายขึ้นก็คือการทำใจให้สบายนี่แหล่ะค่ะ ฟังดูง่ายแต่ไม่ง่ายเลยใช่ม๊า เพื่อนๆอาจจะอาบน้ำอุ่นๆก่อนนอนก็ได้นะคะ เพราะมี Study นึงแนะนำว่า การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนก่อนนอนเนี่ย จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายขึ้นสูง ก่อนจะตกลงอย่างรวดเร็วเมื่ออาบน้ำเสร็จ เช็ดตัว มาอยู่ในห้องนอน ซึ่งอาการนี้จะเป็นตัวบอกใบ้ร่างกายว่าชั้นพร้อมเข้านอนแล้วจ้ะ จงง่วงเดี๋ยวนี้ 555  เราอาจจะเพิ่มความไฮโซอีกนิดด้วยการอาบน้ำกลิ่นลาเวนดอร์ หรือฉีดสเปรย์ลาเวนดอร์หอมๆเย็นๆในห้อง จิบชา Chamomile นิดหน่อย เพราะสองอย่างนี้มีสารที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายพร้อมนอนค่ะ  นัทอ่านเจอเรื่องนี้เสร็จเลยลองทำตามดู  เหย อยากบอกว่ามันช่วยจริงๆนะคะ เพื่อนๆลองดูน๊า

before5

 

Distract Yourself

เมื่อทำทุกอย่างข้างบนแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงก็ยังนอนไม่หลับ เพื่อนๆอาจจะต้องลองหลอกล่อสมองเราให้คิดเรื่องอื่นๆไปแทนค่ะ จะได้หายกังวลเคลิ้มๆผลอยหลับไป  อาจจะลองเปิดเพลงคลอเบาๆไปก็ได้นะคะ มันจะมีเสียงบรรเลงหลายอย่างเลยนะคะที่ช่วยให้เราผ่อนคลายได้ นัทโหลด App ในมือถือมาลองใช้หลายตัวเลยที่ค่อนข้าง work ลอง search คำว่า sleep หรือ sleep sound ดูนะคะ เพื่อนๆจะเจอลิสต์พวกเสียงสายน้ำไหลเบาๆ นกร้องจิ๊บๆคลอ เสียงน้ำทะเลซัดขอบทราย เสียงน้ำตก สารพัดเสียงที่ทำให้ใจสบายค่ะ ฟังๆไปแล้วเดี๋ยวก็เคลิ้มเอง แต่สำหรับนัท ตัวที่ work สุดตอนคืนก่อนวันงานของนัทคือเสียงพระสวดค่ะ เปิดฟังไปเลย ชินบัญชรอะไรก็ว่าไป ฟังๆไปมันจะเหมือนโดนสะกดจิตหลับไปเลยค่ะ 555 🙂

 

วันนี้นี่มีสารพันเทคนิคที่น่าจะพอช่วยเพื่อนๆให้หลับสนิทได้ก่อนวันงานเลยเนอะ ถ้าเจ้าสาวรุ่นพี่คนไหนผ่านประสบการณ์การพยายามนอนหลับคืนวันก่อนงานมาแล้ว ลองมาแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆคนอื่นได้อ่านกันนะค๊า  นัทขอให้เพื่อนๆในเพจนัททุกคนนอนหลับสบายตาใสปิ๊งๆในวันแต่งงานกันทุกคนเลยนะคะ 🙂

 

18 Responses

  1. Charnwut Klaysri

  2. Xiiu Itthikamonchok

  3. Thitiya Sirikul

  4. บทความนี้ ช้าไปวันนึง 555

  5. Moo Mam Ka อ่านละเล่าหั้ยฟังด้วย

  6. Thanyaluck Janngamjaras โอ๊ต สุรเชษฐ์ อ่านดูยัง?