A Walk to Remember l ตอนที่ 1: Honeymoon in France

หลังจากหลับๆตื่นๆ นั่งกินขนม กินน้ำส้ม กินน้ำแอปเปิ้ล กินนม กินแซนด์วิช ดูหนังจบไปหลายเรื่อง กัปตันเสียงหล่อก็ประกาศว่าเครื่องบินกำลังไต่ละดับลงจอดที่สนามบิน Charles de Gaulle ณ กรุงปารีสแล้ว ให้ผู้โดยสารทุกท่านนั่งกับที่ รัดเข็มขัดให้เรียบร้อย

 

paris1

 

นัทมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงอาทิตย์อ่อนๆค่อยๆแต้มสีท้องฟ้าให้เป็นสีเหลืองนวล นัทหันไปยิ้มให้กับคุณลุง บีบมือหนึ่งที นี่สินะ moment ในฝัน อะไรจะดีไปกว่าการได้มา Honeymoon กับคุณลุงใจดี ในสถานที่ที่นัทฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ  นัทจะทำให้ทริปนี้เป็นทริปแห่งความทรงจำ จะทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนหวานน่ารัก ยิ้มอ่อนโยนใจเย็น นัทจะ…….

 

อุ๊ปส์….ทำไมปวดท้องตุแหน่วๆ สงสัยกินเยอะไปหน่อย ไม่เป็นไร ฟุ้งต่อดีกว่า…..

 

นัทจะไม่ทำตัวกระโดกกระเดก จะทำตัวโรแมนติกสวยๆ ให้สมกับการมา honeymoon เดี๋ยวพอเครื่อง landing นัทจะหันไปยิ้มหวานๆแล้วพูดกับคุณลุงว่า Bienvenue à Paris นะคะ (ยินดีต้อนรับสู่ปารีส)

 

นัทเวิ่นเว้อยังไม่ทันจบดี อาการปวดท้องตุ่ยๆกลับมาคุกคาม จู่โจมอย่างไม่ปราณี เหงื่อเริ่มแตกผุดๆ ขนแขกลุกซู่ นัทเริ่มนั่งยุกยิกหลุกหลิกเลิ่กลั่กจ้องไฟสัญญาณรัดเข็มขัด เมื่อไหร่เครื่องจะจอดเนี่ย อาการชักจะไม่ดีแล้วนะ แต่เมื่อกี้กัปตันประกาศว่าเครื่องไต่ละดับลงมาสักพักแล้วนี่นา คงอีกไม่นานหรอก ทนอีกนิดนะณัฐกานต์

แต่ฟ้าเหมือนจะกลั่นแกล้ง กัปตันค่อยๆเชิดหัวเครื่องบินขึ้นอีกรอบ พร้อมประกาศว่าเรายังลงจอดไม่ได้ เพราะการจราจรบนรันเวย์สนามบินหนาแน่น ต้องรออีกประมาณ 5-10 นาทีเราถึงจะลงได้ (กรีดร้องเสียงดังมาก)

 

ณ จุดนั้น นัทนั่งกลั้นใจสุดชีวิต หน้าซีด ขนลุกเกรียว ไร้เสียงเจื้อยแจ้วใดๆออกมาจากปาก คุณลุงคงสังเกตอาการผิดปกติเลยถามว่าน้องนัทเป็นอะไร นัทพยายามบอกว่าไม่เป็นไรๆ แค่อยากนั่งเงียบๆ แต่คุณลุงก็ยังยืนกรานว่าน้องนัทเหงื่อออกที่หน้าใหญ่เลย ไม่สบายรึเปล่า อากาศไม่ร้อนสักหน่อย เป็นอะไร ทำไมหน้าซีด นู่นนี่นั่นโน่น………….จนนัททนไม่ไหว เปล่งเสียงออกมาไม่ดังไม่เบาว่า…………………..นัทปวดอึ!?!?!

คุณลุงทำหน้าเงิบผงะตกใจในคำตอบนัท คงไม่คิดสินะว่าเราจะได้เริ่มต้นทริป honeymoon ด้วยประโยคนี้ หึหึ จบกัน  (Y-Y)  ทริป honeymoon สุดแสนโรแมนติกของนัทเลยเริ่มต้นด้วยจ้องเจ้าไฟสัญญาณรัดเข็มขัดอย่างเอาเป็นเอาตาย ทันที่เครื่องจอดเรียบร้อยและเจ้าไฟรัดเข็มขัดดับไป นัทก็ลุกเดินด้วยความเร็วสูงสุดไปเข้าห้องน้ำบนเครื่องอย่างโล่งอก  เฮ้อ…… Bienvenue à Paris

 

paris2

 

แต่ความโรแมนติกดูเหมือนจะห่างไกลนัทกับคุณลุงออกไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อก้าวเดินพ้นงวงช้างเชื่อมเข้าสนามบิน Charles de Gaulle มาแล้ว ความวุ่นวายขั้นสุดกำลังก่อหวอดอยู่ข้างหน้า มีเครื่องบินหลายลำลงมาพร้อมๆกัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าหลากชาติหลายภาษาเลยมาออกันต่อคิวตรวจคนเข้าเมือง มีกรุ๊ปมนุษย์ป้า มนุษย์ลุง ทัวร์จีนในชุดเสื้อปล้องหลากสีราวกับแก๊งค์จูแรนเจอร์ ส่งเสียงโวยวายดังลั่น มีหัวหน้าทัวร์กรุ๊ปต่างๆถือไม้ยาวๆติดธงสีๆ หรือตุ๊กตาไว้ที่ปลายไม้เพื่อรวมพลลูกทัวร์ มีพนักงานสนามบินตะโกนบอกผู้โดยสารทุกคนให้เข้าแถวให้เรียบร้อย พร้อมชูป้ายบอกเวลาว่าจากจุดนี้จนถึงซุ้มตรวจคนเข้าเมืองใช้เวลา 30 นาที… oh my god! Y-Y

 

นัทกับคุณลุงถือกระเป๋ากันคนละใบ จับมือกันแน่น มองความวุ่นวายข้างหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แล้วเราจะโรแมนติกได้มั้ยเนี่ย กรี๊ด…. จากที่นัท positive กับประเทศฝรั่งเศสมาตลอด ใครว่าปารีสไม่ดียังไงก็คอยแย้ง แต่ตอนนี้เริ่มตระหนกนิดๆแล้วว่าอีก 7 วันข้างหน้าเราสองคนจะเที่ยวอย่างสงบสุขได้มั้ยเนี่ย คำพูดต่างๆที่เพื่อนๆคอยเตือน  เรื่องแย่ๆที่เคยอ่านเจอใน pantip วนเวียนเข้ามาในหัวนัทไม่หยุดหย่อน

 

..ฝรั่งเศสน่ากลัวมาก มิจฉาชีพเยอะ ไว้ใจใครไม่ได้ คนปารีสไร้น้ำใจ เมืองสกปรกขั้นสุด ขี้หมาเกลื่อนเมือง..

 

ด้วยภาวะตื่นตระหนกที่เกือบเข้าห้องน้ำไม่ทัน ความวุ่นวายรอบตัว และใจที่เริ่มคิดแต่เรื่องไม่ดี ทำให้นัทอยู่ในโหมดหวาดระแวงขั้นสุด พอจัดการทุกอย่างที่สนามบินเรียบร้อย พร้อมลากกระเป๋าเดินทางเดินไปสถานีรถไฟ RER (แอร์-เออร์-แอร์) เข้ากลางเมืองปารีส นัทก็เปิดโหมดระแวงภัยขั้นสูงสุด หน้าตาเลิ่กลั่กคอยสังเกตุการณ์คนรอบข้าง ถ้ามีคนผิวดำหน่อย หรือแขกขาว ขึ้นมาบนรถไฟ นัทจะยิ่งกำหูกระเป๋าแน่นขึ้นกว่าเดิม คอยจับตามองคนรอบตัว มองกระเป๋าคุณลุง มองกระเป๋ากางเกงว่ามีใครมาล้วงอะไรมั้ย ตลอดเวลายี่สิบห้านาทีจากสนามบินมาสถานี Gare de l’Est ในปารีส นัทแทบจะไม่พูดกับคุณลุง แทบจะไม่ยิ้ม หน้าตึงเครียดตลอดเวลา จนลากกระเป๋าเดินข้ามถนนมา check in ในโรงแรมได้ปลอดภัยเท่านั้นแล่ะ นัทถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่หนึ่งที คุณลุงหันมามองนัทหน้าเข้มแล้วถามว่า จะเครียดขนาดนี้ไปทำไม แล้วจะเที่ยวสนุกได้ยังไงเนี่ย ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดทริปสุขภาพจิตเสียไมเกรนขึ้นชัวร์ เรามาเที่ยวให้สบายใจไม่ใช่มาให้หนักใจซะหน่อย

พอได้นั่งนิ่งๆในที่เงียบๆปลอดคน แล้วคิดตามคุณลุง นัทก็ระลึกเองได้ว่า ที่คุณลุงพูดก็ถูก ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ เหรียญมีสองด้าน เหมือนกับโลกที่มีสองมุม ถ้ามันจะมีด้านไม่ดี ยังไงก็จะต้องมีด้านดีด้วย นัทบอกตัวเองว่าจะไม่ปล่อยให้ความระแวงมาทำลาย honeymoon trip เด็ดขาด แต่จะเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ อย่างมี ‘สติ’ แทน 🙂

นัทกลับมานั่งไล่นึกถึงทุกเหตุการณ์ตลอดเวลาที่อยู่ที่ปารีส ฝรั่งเศสไม่ได้น่ากลัวอันตรายไม่น่าเที่ยวอย่างคำเล่าลือขนาดนั้นนะคะเพื่อนๆ

 

paris3

 

ฝรั่งเศสน่ากลัวมาก มิจฉาชีพเยอะ ไว้ใจใครไม่ได้

ประเด็นนี้นัทว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสียงต่อความปลอดภัยของตัวเองรึเปล่ามากกว่าล่ะค่ะ อย่างการแต่งตัวไม่ให้โดดเด่นเด้งออกมาจากคนปารีสทั่วๆไปก็จะช่วยไม่ให้เราเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพได้อยู่เหมือนกันนะคะ  ปกติแล้วคนฝรั่งเศสจะแต่งตัวสีทึมๆ เทาๆ ดำๆ ไปในโทนนั้น ถ้าเราไปใส่โค้ทเฟอร์สีชมพู สะพายกระเป๋ามียี่ห้อ แล้วไม่ระวังตัว เอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายเล่นกันบนรถไฟใต้ดิน เพื่อนๆจะเป็นเป้าล่อให้พวกมิจฉาชีพเข้าประชิดตัวแน่นอนเลยค่ะ

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องการแบ่งเก็บเงินไว้หลายๆที่ค่ะ นัทจะมีเงินแยกใส่กระเป๋าตังค์ไว้ใช้ในแต่ละวันนิดหน่อย แต่พวกเงินสดจำนวนเยอะๆ บัตรเครดิต และ passport นัทจะใส่กระเป๋าคล้องคอ ใส่ไว้ชั้นในสุดของเสื้อ แล้วใส่เสื้อยืดทับ ทับด้วย sweater และโค้ทอีกหนึ่งชั้น เรียกได้ว่าถ้าโจรมันจะมาล้วงกระเป๋านัทจริงๆคงต้องเสียเวลาถอดเสื้อนัทหลายชั้นเลยค่ะ

นอกจากนี้แล้ว เพื่อนๆอาจจะต้องสังเกตหน่อยว่าที่พักของตัวเองอยู่ในย่านที่ปลอดภัยของปารีสรึเปล่า เวลากลับบ้านดึกๆ เดินแล้วจะเปลี่ยวมั้ย เป็นคนกลุ่มไหนอาศัยอยู่บ้าง เพื่อนๆอาจจะดูที่อยู่ของโรงแรมที่จะพักก็ได้ค่ะ มันจะมีตัวเลขบอกเขตอยู่ เช่น 8th Arrondissement (8th Arr.) หมายถึงที่อยู่นี้อยู่ในเขต 8 ของปารีส  เขตที่เพื่อนๆน่าจะเหลียกเลี่ยง หรือระวังตัวเป็นพิเศษหน่อย จะเป็นเขตที่อยู่ด้านบนๆของปารีสค่ะ คือเขต 18 ย่าน Montmartre  เขต 10 ย่าน Gare du Nord และเขต 19 ย่าน La Villette  เขตพวกนี้จะมีพวกแขกขาว ยิปซี คนผิวสี กลุ่มมิจฉาชีพอยู่เยอะค่ะ ต้องระวังตัวกันเป็นพิเศษหน่อยนะคะ

paris7

ถ้าถามนัทว่า นัทเจอมิจฉาชีพบ้างรึเปล่า เอาจริงๆแล้วนัทก็เห็นอยู่บ้างนะคะ คือเห็นละว่ามีแก๊งค์ยิปซีขอลายเซ็นต์เตรียมล้วงกระเป๋ายามเราเผลอ  เจอแก๊งค์แขกขาวถามว่า Parlez Anglais? (ปาร์คเล่ อองเกล่?) คือถามว่าคุณพูดอังกฤษได้มั้ย เจอคนหน้าตามีพิรุธเสนอตัวจะถ่ายรูปคู่ให้ ให้ส่งกล้องมา คือดูรู้เลยอ่ะว่าแกจะวิ่งเอากล้องชั้นไปใช่ม๊ายยย   แต่เราก็แค่ไม่ไปยุ่งกับเค้า เดินหนี ไม่พูด ไม่มองหน้า เค้าก็ไม่ทำอะไรเราแล้วค่ะ ^_^

 

paris4

 

คนปารีสไร้น้ำใจ

ข้อนี้นัทว่ามันเป็นการเหมารวมที่ไม่ค่อยแฟร์กับคนปารีสเท่าไหร่ล่ะค่ะ เพราะทุกสังคมก็มีทั้งคนน่ารัก คนใจดี คนใจร้าย คนไม่มีน้ำใจ ปนๆกันไปเหมือนกันทุกที่ในโลกนี่แหล่ะเนอะ   เท่าที่นัทเคยสัมผัสคนฝรั่งเศสมา และจากการไปเที่ยวครั้งนี้ นัทก็เจอทั้งคนที่ super น่ารัก มีน้ำใจ ชวนคุยพูดเล่น ให้ความช่วยเหลือ ยิ้มแย้มแจ่มใส เยอะแยะเลยนะคะ แต่ก็มีคนที่ทำหน้าเย็นชา ไม่ยิ้มแย้ม พนักงานไม่ได้บริการแบบสุดตัวนอบน้อมแบบคนญี่ปุ่น เพียงแต่เราต้องเข้าใจลักษณะของคนฝรั่งเศสนิดนึงอ่ะค่ะ

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่รุ่งเรืองขั้นสุดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14  มีผลงานศิลปะ มีวัฒนธรรม อะไรต่อมิอะไรมากมายที่ทำให้คนฝรั่งเศสภูมิใจในประเทศเค้ามาก แถมคนฝรั่งเศสยังมี Motto สำคัญที่ยึดถือคือ Liberté, Égalité, Fraternité ที่มีความหมายถึง เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ  คนฝรั่งเศสจึงมองว่าทุกคนเท่าเทียมกัน มีสิทธิเสรีภาพเสมอภาคกัน ลูกค้าไม่ได้เป็นพระเจ้า เค้าจึงบริการเราเท่าที่หน้าที่ของเค้าที่ต้องทำ นัทไปทานอาหารร้านนึง เรียกน้องพนักงานผู้หญิงแสนสวยมาจะสั่งอาหาร เค้าเดินมาบอกว่า เค้ามีหน้าที่พาเรามานั่งที่โต๊ะ แต่ไม่ได้เป็นคนจด order นัทต้องรอไปก่อน แล้วก็เดินสะบัดผมสวยๆกลับไปยืนที่เดิม  555 แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกๆคนจะหน้านิ่งเป็นหุ่นยนต์ไปหมดนะคะ นัทเจอพนักงานหลายคนชวนนัทคุย ยิ้มแย้มแจ่มใส ร้องเพลงไปหยิบครัวซองค์ไปร่าเริงเชียว

อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือ ทุกที่มีระเบียบของตัวเอง ยิ่งในรถไฟใต้ดินแล้วเนี่ย เพื่อนๆยิ่งต้องระวังตัวเลย เพราะทุกคนที่ใช้รถไฟใต้ดินเค้ากำลังรีบเร่งไปทำงาน ไปทำธุระของเค้า ถ้าเราไปยืนจับกลุ่มขวางทาง เดินไปหยุดไปถ่ายรูป หรือพูดคุยหัวเราะเสียงดังบนรถไฟฟ้า เพื่อนๆจะเจอสายตาเย็นชา หรือเสียงถอนหายใจของคนปารีสกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ใส่เลยล่ะค่ะ ปกติแล้วในสถานีรถไฟใต้ดิน คนจะเดินชิดขวานะคะ และเดินกันเร็วมาก ถ้าเพื่อนๆจะหยุดหาป้ายบอกทาง หรือจะกางแผนที่ดู เพื่อนๆอาจจะต้องหลบมุมเข้าเสานิดหน่อย จะได้ไม่โดนคนปารีสเหวี่ยงใส่น๊า ^_^

paris8

ส่วนเรื่องที่เค้าลือกันว่าคนฝรั่งเศสไม่พูดภาษาอังกฤษนี่ไม่จริงเลยนะคะ คนฝรั่งเศสพูดภาษาอังกฤษได้ใช้ได้เลย เพียงแต่ว่าถ้าเรามีพูดฝรั่งเศสเริ่มต้นนิดหน่อย เค้าจะตื่นเต้นอยากคุยกับเรามากขึ้นค่ะ อาจจะเป็นเพราะเค้าภูมิใจในภาษา และวัฒนธรรมของเค้าอย่างที่นัทบอกตอนต้นด้วยแล่ะมั้งคะ 🙂   ภาษาฝรั่งเศสเบสิคง่ายๆที่เพื่อนๆอาจจะจำไว้ใช้ได้ก็คือ  Bonjour (บงชูร์) ใช้ทักทาย Hello ค่ะ  หรือ Merci (แม่กซิ) แปลว่าขอบคุณ  โอ้ว แต่มีอย่างหนึ่งที่นัทสังเกตก็คือ ป้ายบอกทางอะไรต่างๆไม่ค่อยมีภาษาอังกฤษนะคะ หรือถ้ามีก็ตัวเล็กมากเลย  เพื่อนๆอาจจะจดคำหลักๆบางคำไว้ก็ได้ค่ะ เช่นคำว่า Toilette หมายถึงห้องน้ำ  และ Sortie คือทางออกค่ะ 🙂   (ถ้ามีคำไหนเพื่อนๆอยากรู้เป็นพิเศษบอกนัทได้เลยนะคะ ^_^)

 

paris5

 

ปารีสสกปรกขั้นสุด ขี้หมาเกลื่อนเมือง

ข้อนี้นัทก็ว่ามันเป็นการเหมารวมเกินไปนิดนึงอ่ะค่ะ มันมีโซนที่สะอาดน่าเดิน กับโซนที่สกปรกปนๆกันไป แต่ความสกปรกมันก็ไม่ได้สกปรกเวอร์วังอะไรกว่าที่ไทยขนาดนั้นนะ คือถ้าเราเดินตรอกแคบๆในเยาวราช เดินสยามฝั่งร้อนยามฝนตก หรือเดินจตุจักรได้ นัทก็ว่ามันสกปรกพอๆกันน๊า เอาจริงๆขี้หมาในซอยเข้าคอนโดนัทยังเยอะกว่าบนถนนบนปารีสเลย 555 อันนี้อาจจะเป็นแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนด้วยอ่ะค่ะ

ส่วนรถ Métro ที่เค้าบอกกันว่ามันสกปรกสุดๆ อันนี้นัทก็ว่ามันก็อารมณ์เหมือนรถไฟไทยอ่ะ คือไม่ได้สะอาดเอี่ยมอ่องขนาดรถไฟใต้ดินของเรา แต่ก็ไม่ได้สยองขวัญจนใช้ไม่ได้ คือฝรั่งเศสมีระบบรถไฟใต้ดินมานานเป็นร้อยปีแล้ว (ตั้งแต่ปี 1900 เลยน๊า) สภาพรถไฟใต้ดินของเค้าเลยไม่ได้ใหม่แจ๋วแหว๋วแบบระบบรถไฟที่สร้างมาสิบกว่าปีอ่ะค่ะ แต่ถ้าเราเจอขบวนใหม่ๆ หรือสถานทีที่เพิ่งสร้างใหม่ มันก็สภาพโอเคเลยน๊าคะ ^_^

 

สรุปแล้ว เพื่อนๆที่กำลังลังเลว่าจะไปเที่ยวฝรั่งเศสดีรึเปล่าน๊า กลัวจะเจอโจรวิ่งราว เจอเมืองสกปรก คนหยิ่งใส่ นัทว่าเพื่อนๆอย่าเพิ่งกลัวไปเลยค่ะ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นจริงๆน๊า เพราะนัทว่าสิ่งน่ารักๆในฝรั่งเศสอีกหลายสิ่งมันมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งไม่ดีๆที่เราได้ยินมาอีกล่ะค่ะ เดี๋ยวนัทจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังในตอนถัดไปว่าที่ฝรั่งเศสมีอะไรเที่ยวบ้าง จะสนุกสนานขนาดไหน ติดตามตอนต่อไปนะคะ 🙂

paris9

 

 

19 Responses

  1. สนุกค่า รออ่านตอน2นะคะ

  2. สนุกอ่านัตตี้
    C’était magnifique!! อิอิ
    J’attends de lire ton article 555 มั่วมาก มะรุถูกป่าว ลืมไปหมดเเร่วว Natty Nattakarn

  3. ขอเวลาหายใจแป๊บ แล้วจะมาตามอ่านรวดเดียวเลยนะครับ

  4. เด่วมาอ่านๆๆค่ะ เผื่อไปตะลุยเองมั่งๆๆๆ

  5. ตามอ่านค่ะๆ ยังไม่เคยไปเลยจ้า