Wedding Checklist: เตรียมพร้อมรับมืองานแต่งงาน

posted in: Wedding 101 | 89

ถ้าเพื่อนๆติดตาม Page นัทมาตั้งแต่แรกๆ เพื่อนๆน่าจะพอเดาได้ว่านัทเป็นผู้หญิงเวิ่นเว้อในระดับนึง ละเอียด และฟรุ้งฟริ้งมาก ช่วงที่รู้ว่าตัวเองจะแต่งงานแล้วนะ นัทเลยพุ่งตัวทำนู่น ทำนี่ อยากทำไปหมด วิ่งจัดการทุกอย่างพร้อมๆกันอย่างไร้ระบบ แล้วก็ลากให้คุณลุงทำนู่นทำนี่กับนัทไปด้วย จนถึงวันนึงคุณลุงแกไม่ไหว (คงจะแก่แล้วล่ะสิ หึหึ) คุณลุงเลยบ่นว่า ทำนู่นทำนี่ลงรายละเอียดทุกอย่างแบบนี้ แล้วนัทเห็นภาพกว้างบ้างรึเปล่า Prioritize จัดระบบความสำคัญของสิ่งต่างๆว่าอันไหนต้องทำก่อน ทำหลังบ้างมั้ย แล้วรู้ได้ไงว่าทำสิ่งจำเป็นครบแล้วจริงๆไม่วิ่งวุ่นจนตกหล่น?

เท่านั้นแหล่ะ…คำถามคุณลุงจุดประกายให้นัทหยุดวิ่ง(แป๊ปนึง)  ตั้งสติ แล้วมานั่งกางสมุดจับปากกากับคุณลุง เขียนเป็น Timeline ว่าต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง  ลองเอา Framework เวลาที่เราสองคนทำ Project ที่ทำงานมาใช้ กลายเป็น Checklist ที่นัทจะเขียนแชร์เพื่อนๆในวันนี้ค่ะ มันอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% เพราะงานของเพื่อนๆแต่ละคนแตกต่างกันไป มีสิ่งที่สำคัญ ไม่สำคัญ ต่างกัน มีปัจจัยควบคุมทั้งหลาย และเวลาเตรียมงานไม่เหมือนกัน แต่นัทว่า Checklist ตัวนี้ ก็น่าจะช่วยให้เพื่อนๆเห็นภาพคร่าวๆว่าจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้างค่ะ 🙂

 

checklist1

Let’s set Framework for our Wedding!

โดยมากแล้ว Checklist ที่นัทเจอส่วนใหญ่บน Internet ทั้งของฝรั่ง ของไทย จะใช้ช่วงเวลาเป็นหลัก เช่น สิ่งที่ต้องทำช่วง 12 เดือนก่อนงาน 6 เดือน 5 เดือน 3 เดือนก่อนงาน countdown กันไป แต่ปัญหาที่ตัวนัทเอง และเพื่อนๆนัทหลายคนเจอก็คือ ก็ชั้นไม่ได้มีเวลาเตรียมตัวเท่าที่เค้ากำหนดมานี่นา แล้วจะทำยังไง บางคนมีเวลาเตรียมตัวแค่ 2-3 เดือนเอง Y-Y คุณลุงเลยแนะนำให้แบ่งสิ่งที่ต้องทำเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือ

 

Planning >> Execution >> Final Checklist

 

frame2

Planning

ช่วง Planning เป็นช่วงที่รวบรวมไปด้วยสิ่งสำคัญหลักๆที่ควรต้องทำแต่เนิ่นๆค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลสำคัญสำหรับขั้นตอนถัดๆไปของงานแต่งงาน หากไม่เคลียร์ งานก็จะเดินต่อลำบากค่ะ  ช่วงที่จัดการ list ใน Planning Stage นี้ ควรจะมีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนะคะ ถ้าปล่อยช้าไปกว่านี้ ไม่ตัดสินใจสักที งานส่วนอื่นๆก็จะล่นๆออกไปจนไปล่กตอนก่อนวันงานค่ะ

 

1. Save the Date

ถ้าเรายังกำหนดวันไม่ได้ เรื่องอื่นๆก็จะจัดการไม่ได้ตามเป็นทอดๆเหมือนโดมิโน่เลยค่ะ

2. Talk to Parents

คุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายโดยเร็ว เราจะได้ทราบว่าท่านมี Concern อะไรบ้าง มีอะไรที่อยากให้เราดูแลมากหน่อยมั้ย เวลาที่เราเลือกรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เราได้ระวังเป็นพิเศษค่ะ

3. Who will be your guests?

เริ่มคุยกันกับคุณแฟน และคุณพ่อคุณแม่เลยนะคะว่าจะเชิญแขกประมาณกี่คน เราจะได้วางแผนได้ว่าเราควรจัดที่สถานที่แบบไหน จุคนได้กี่คน ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่  นัทแนะนำว่าให้เริ่มลิสต์รายชื่อแขกแต่เนิ่นๆนะคะ เพราะเดี๋ยวมันต้องมี Revise เข้าออกๆอีกหลายรอบมากค่ะ ยิ่งให้ทุกคนเตรียมทำแต่เนิ่นๆยิ่งดีค่ะ

4. What is your Budget?

ก่อนจะเลือกสถานที่ เลือกแนวทางการจัดงาน เราต้องประเมินให้ได้ก่อนนะคะว่าเราจะมีเงินสำรองใช้จ่ายเพื่อการจัดงานเท่าไหร่ เราจะได้รู้ว่าสถานที่ หรือ Vendor ต่างๆที่เราจะเลือกใช้บริการได้ควรอยู่ใน Range ราคาประมาณไหนค่ะ

(นัทมีเขียนเกี่ยวกับการวาง Budget แล้วนะคะ ไปตาม Link นี้เลยค่ะ 🙂 http://goo.gl/CVO9jV)

budget7

5. Where will be your venue?

เมื่อทราบจำนวนแขก รู้ Budget และคุยกับคุณพ่อคุณแม่เรื่อง Concern/ Requirement ของท่านเรียบร้อย รีบหาสถานที่จัดงานแต่เนิ่นๆเลยนะคะ จองเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสถานที่ฮิตๆทั้งหลายคิวแน่นมาก บางที่ต้องจองเป็นปีเลยน๊า

(นัทมีเขียนเกี่ยวกับการเลือกสถานที่แต่งงาน แล้วนะคะ ไปตาม Link นี้เลยค่ะ http://goo.gl/hOxcfF)

6. Beautify Me

เรื่องเกี่ยวกับการทำสวยทั้งหลาย หน้า ผม ชุด คืออยากบอกว่า ช่างดังๆร้านดังๆคิว HOT จองกันข้ามปี เพราะงั้นรีบเลือก รีบจองดีกว่านะคะ (Tips: ช่างต่างๆมักจะมีการปรับเรทราคาขึ้นทุกปี ถ้าจองมัดจำก่อนนานๆจะได้ป้องกันการขึ้นราคาของช่างดังๆด้วยน๊า)

7. Capture the Moment

ตากล้องคิวแน่นพอๆกับช่างแต่งหน้า ทำผมเลยค่ะ รีบจองคิวไว้ก่อนแต่เนิ่นๆนะคะ

8. What will be ‘Your Story’ (Theme)?

เริ่มหา Reference คุยกับแฟนว่า Theme ของงานเราควรเป็นเรื่องราวแบบไหน เพราะตัว Theme นี่แหล่ะค่ะที่จะเป็นสิ่งตีกรอบให้การเตรียมงานส่วนอื่นๆของเราไปในทิศทางเดียวกันค่ะ

(นัทมีเขียนเกี่ยวกับการ Theme งานแต่งงาน แล้วนะคะ ไปตาม Link นี้เลยค่ะ  http://goo.gl/58g6iT, http://goo.gl/ziKYtU)

theme4

 

Execution

หลังจากเราเตรียมรายละเอียดภาพใหญ่ในส่วน Planning ไปแล้ว ตอนนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงมือปฏิบัติการเตรียมงานแต่งงานอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ เพื่อนๆอาจจะต้องใช้เวลาส่วนมากอยู่ในขั้น Execution นี่หน่อยนะคะ จะใช้เวลานานมากน้อยได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆมีเวลาเตรียมก่อนถึงวันงานมากแค่ไหนนี่แหล่ะค่ะ  ซึ่งในบางหัวข้อของ Checklist ที่ต้องทำในช่วง Execution นี้ นัทกับคุณลุงจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงย่อยๆนะคะ คือ Early Stage (ช่วงเตรียมตัวขั้นแรก) กับ Final Stage (ช่วงสรุปงานให้เรียบร้อย)

 

ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับตัวงาน และแขก

1. การ์ดเชิญ + ซอง

Early Stage: เพื่อนๆคงต้องตัดสินใจตอนนี้แล้วล่ะค่ะว่าจะใช้การ์ดเชิญเป็นแบบไหน แบบที่เค้ามีสำเร็จรูปอยู่แล้ว หรือเป็นแบบที่ออกแบบใหม่ให้งานเราเอง ถ้าให้ร้านออกแบบใหม่ ลองหาว่าเจ้าไหนงานดี ราคาไม่เกินงบเรา และไว้ใจได้บ้างนะคะ ซึ่งตอนจะสั่งการ์ดเพื่อนๆก็ต้องรู้จำนวนแขกก่อนนะคะ จะได้รู้ว่าควรสั่งพิมพ์การ์ดกี่ใบค่ะ อาจต้องพิมพ์เผื่อๆไว้นิดหน่อย เผื่อมีปัญหาตกหล่นทีหลังนะคะ

ถัดจากนั้นเราต้องเริ่มจัดการเตรียมซอง พิมพ์จ่าหน้าซองให้เรียบร้อยเมื่อสรุปรายชื่อแขกจนนิ่งแล้วค่ะ  ตัวซองต้องซื้อเผื่อไว้เลยนะคะ เพราะจะมีเหตุการณ์พิมพ์ผิด แก้ชื่อแขกใหม่ ต้องใช้ซองเพิ่มแน่นอนค่ะ ยิ่งถ้าเป็นซองในแบบ หรือสีที่ Customized เป็นพิเศษ แล้วจะมาสั่งเพิ่มทีหลังไม่กี่ใบ ทางร้านเค้าจะไม่รับสั่งนะค๊า ระวังกันด้วยค่ะ ^_^

อีกส่วนที่นัทอยากเตือนเพื่อนๆก็คือ การเชิญประธานในงานพิธีการ และการเชิญเถ้าแก่ อาจจะต้องบอกท่านแต่เนิ่นๆเหมือนกันนะคะ ท่านจะได้เตรียมตัว ไม่นัดอย่างอื่นซ้อนในวันงานของเราค่ะ

Final Stage: เมื่อพิมพ์การ์ด พิมพ์ซองพร้อมรบ เพื่อนๆต้องไล่ List รายชื่อแขก แล้วจัดแบ่งแขกออกเป็นกลุ่มๆตามประเภทการเชิญนะคะ เช่นใครบ้างที่เราจะนำส่งการ์ดเอง ใครบ้างที่เราจะส่งไปรษณีย์ให้ ขอที่อยู่เค้าให้พร้อม หรือใครบ้างที่จะฝากเพื่อนไปให้ แจ้งเค้ารึยัง etc. วิธีการส่งแต่ละแบบก็ใช้เวลาที่ต่างกันไปค่ะ  ช่วงเวลาที่น่าจะจัดส่งการ์ดให้แขกได้แล้วก็คือ ช่วงหนึ่งเดือน หรือเดือนครึ่งก่อนวันงานนะคะ ถ้าต้องส่งนานกว่านั้น ช่วงใกล้ๆสักเดือน หรือครึ่งเดือนก่อนงาน เพื่อนๆอาจจะต้องมีการเตือนแขกด้วยน๊า เค้าจะได้ไม่ลืมมาร่วมงานค่ะ 🙂

(นัทมีเขียนเกี่ยวกับการเชิญแขกแล้วนะคะ ไปตาม Link นี้เลยค่ะ http://goo.gl/Gw3h5h)

 

2. ของชำร่วย

Early Stage: ตะลุยหาของชำร่วยที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง หรือ Story ของงาน ในงบที่มีนะคะ ของชำร่วยสั่งทำไม่นาน แต่เสียเวลาตอนหาร้านที่มีของถูกใจนี่แหล่ะค่ะ ต้องใจเย็นๆน๊าคะ 🙂

Final Stage: เมื่อได้รับของชำร่วยเรียบร้อยแล้ว จัดการติด Tag ชื่อ หรือห่อให้เรียบร้อยในกรณีที่จำเป็นต้องทำเพิ่มนะคะ แล้วแพคใส่กล่องให้เรียบร้อยแต่เนิ่นๆเลยค่ะ พอก่อนถึงวันงานสักวันสองวัน ได้ยกกล่องไปเตรียมไว้ที่สถานที่แต่งงานได้เลยค่ะ
gift

3. การตกแต่งภายในงาน

Early Stage: เพื่อนๆคงต้องคุยกับสถานที่จัดงานก่อนว่ามีอะไรเตรียมให้เราไว้แล้วบ้าง ทำอะไรได้ หรือไม่ได้บ้าง แล้วค่อยตัดสินใจต่อว่าจะใช้ Organizer มาช่วยจัดการให้ หรือจะจัดการตกแต่งเอง นัทว่าไม่ว่าจะใช้วิธีการไหน สิ่งที่ต้องเตรียมก็คล้ายๆกันนะคะ คือต้องคิด Story ของงาน เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางการตกแต่งภายในงานให้สอดคล้องกันค่ะ  สิ่งที่ต่างกันนิดหน่อยก็คือ ถ้าเพื่อนๆจะทำเอง คงต้องตระเวนหาซื้ออุปกรณ์การตกแต่งไว้ให้พร้อมก่อนนะคะ

Final Stage: ในกรณีที่ใช้ Wedding Organizer คงต้องตามอัพเดท Progress ว่าเค้าเตรียมของไว้ตรงกับ Theme ที่เรา Brief ให้ตอนแรกรึเปล่า  แต่ถ้าจะตกแต่งเอง เพื่อนๆคงต้องมอบหมายให้ใครสักคนเป็นแม่งานดูแลเรื่องนี้ในวันงานค่ะ เพราะในวันจริง เราจะยุ่งๆแต่งตัวแต่งหน้าทำผม ไม่มีเวลาลงมาจัดวางอุปกรณ์ตกแต่งในงานเองแน่นอนค่ะ ไว้ใจให้คนอื่นทำให้เพื่อความสบายใจดีกว่าน๊าคะ

 

4. Backdrop

Early Stage: คุยกับสถานที่ให้เรียบร้อยว่าใช้ Backdrop ขนาดไหน เป็นแบบใดได้บ้าง เพื่อนๆจะได้ตัดสินใจเลยว่าจะใช้ Backdrop ของโรงแรมรึเปล่า ถ้าไม่ใช้ เพื่อนๆจะเอาแบบไหน จะเป็นดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ Inkjet หรือว่าอย่างอื่นที่เพื่อนๆอยากได้ เราได้รีบหา Vendor ค่ะ

Final Stage: ถ้าไม่ได้ใช้ของโรงแรม เพื่อนๆอย่าลืมสรุปงานกับ Vendor ให้เรียบร้อยนะคะ แล้วนัดวันเวลาเข้าไปติดตั้ง Backdrop ด้วยค่ะ ซึ่งสถานที่แต่ละที่จะมีเวลาให้เข้าไปติดตั้ง Backdrop แตกต่างกัน จุดนี้ต้องเชคกับพนักงานของสถานที่ให้เรียบร้อยนะคะ

 

5. Wedding Presentation

Early Stage: เพื่อนๆอยากได้ Wedding Presentation แบบไหนคะ? เดี๋ยวนี้มันมีหลากหลายรูปแบบมากเลย จะเป็น slide รูปน่ารักๆ  อาจจะสัมภาษณ์ หรือเล่นเป็นหนังเลยก็ได้ (แต่นัทกับคุณลุงเล่นไม่ได้จริงๆ แข็งเป็นท่อนไม้เลย 555) จุดที่ต้องเตรียมก็คือ ตัดสินใจว่าจะทำเอง หรือจะหา Vendor เจ้าที่เก่งในแนวที่เราชอบ ราคาอยู่ในงบนะคะ  เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็คิด  Story ไว้เลยว่าจะนำเสนอแบบไหน ถ้าเพื่อนๆจะใช้ Vendor เค้าจะเตรียมถ่ายทำก่อนล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนค่ะ

Final Stage: เปิดเชคไฟล์ให้เรียบร้อย จะได้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใกล้ๆวันงานนะคะ แล้วเตรียมเก็บไฟล์ไว้ในหลายๆที่ จะ CD, upload ขึ้นเวบไว้ก่อน (เผื่อวันงานไฟล์เจ๊งบ๊ง ไม่มีเก็บไว้ที่ไหน อย่างน้อยก็ download ได้จากในเวบนะคะ) หริอในคอมที่เราจะติดตัวไปวันงานด้วยก็ได้ค่ะ

 

6. Pre-Wedding

Early Stage: เพื่อนๆลองตัดสินใจว่าจะใช้ภาพประกอบในงานยังไง อยากถ่าย Pre-Wedding มั้ย? ถ้าใช่ เพื่อนๆต้องรีบหา Vendor และจองคิวให้เรียบร้อยนะคะ  แต่ถ้าเพื่อนๆจะใช้รูปถ่ายเอง ก็ต้องเตรียมรูป อัดรูปไว้ให้เรียบร้อยค่ะ

Final Stage: จัดรูปใส่กรอบที่จะใช้ในวันงาน หรืออัดใส่กรอบขนาดใหญ่ในกรณีที่อยากมีรูปใหญ่ๆวางหน้างานค่ะ

 

7. ของรับไหว้

Early Stage: นัทเห็นเพื่อนๆบางคนลืมนึกเรื่องของรับไหว้ให้ผู้ใหญ่ในช่วงพิธีการตอนเช้าไปค่ะ อย่าลืมกันเลยน๊า เดี๋ยวใกล้ๆวันงานจะหาของถูกใจไม่ทันเอานะคะ เพื่อนๆอาจจะต้องเผื่อจำนวนชิ้นของรับไหว้ไว้ด้วยนะคะ เพราะพอถึงวันจริงอาจจะมีญาติบางคนที่อยากขึ้นมาอวยพรให้เราเพิ่มเติมค่ะ เราจะได้มีของขอบคุณท่านนะคะ 🙂

Final Stage: เพื่อนๆลองนั่งเชคดูว่าของรับไหว้ที่เตรียมไว้เพียงพอรึยัง จัดการห่อให้เรียบร้อย และแพคใส่กล่องไว้เลยค่า

 

8. อาหาร และเครื่องดื่ม

Early Stage: เพื่อนๆลองคุยกับสถานที่จัดงานดูนะคะ ว่าสามารถเตรียมอาหารในรูปแบบไหนได้บ้าง จะเป็นโต๊ะจีน หรือค๊อกเทล เราจะได้เลือกเมนูถูก และตัดสินใจได้ว่าต้องสั่งซุ้มอาหารเพิ่มรึเปล่า อีกส่วนที่สำคัญมากๆคือ ตัดสินใจว่าจะมีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอลล์ในงานรึเปล่าค่ะ

Final Stage: ถ้าเพื่อนๆจะจัดโต๊ะจีน ถึงเวลาต้องสรุปแล้วล่ะค่ะว่าจะมีทั้งหมดกี่โต๊ะ และมีเมนูอะไรบ้าง  ถ้าจัดค๊อกเทลก็ต้องสรุปเมนูอาหารที่เลือก และซุ้มอาหารที่จะสั่งเพิ่มค่ะ สิ่งสำคัญก็คือ ต้องสรุปให้ชัดเจนแล้วล่ะค่ะว่าจะมีแขกมางานประมาณกี่คน ไม่งั้นสั่งอาหารไม่พอแขกหิวโซจะหมดสนุกเลยน๊า 🙁    ในส่วนของแอลกอฮอลล์ก็เตรียมจัดซื้อแพคกล่องให้เรียบร้อยไว้เลยค่ะ

checklist2

9. เพลงในงาน

เพื่อนๆคิดรึยังคะว่าจะใช้วงเล่นในงาน หรือใช้เปิดเพลงแทน ถ้าจะใช้วงก็ต้องตัดสินใจว่าจะเป็นวงแบบไหน เครื่องดนตรี 3 ชิ้น 5 ชิ้น ร้องเพลงแนวไหน จะได้จองคิววงแต่เนิ่นๆค่ะ  แต่ถ้าใช้เปิดเพลงในงาน เพื่อนๆคงต้องนั่งลิสต์ชื่อเพลงไว้เลยนะคะ ได้เตรียมเขียนแผ่น CD หรือก๊อปใส่ Thumb Drive ไว้ให้ที่จัดงานเปิดให้เราค่ะ

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือ ตัดสินใจเลือกเพลงเปิดตัว เพลงตัดเค้ก เพลงโยนดอกไม้ด้วยน๊า แล้วแยกใส่ CD หรือแยกเป็นไฟล์อีก set เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดได้ตรงช่วงเวลาค่ะ ตอนงานนัท นัทเอาไฟล์เพลงให้โรงแรมแยกเป็น Folder ไปเลยค่ะ แล้ว ตั้งชื่อ Folder ให้ชัดว่าเพลงกลุ่มนี้เปิดตอนไหนบ้าง เพลงช่วง Reception ทั้งหมด  เพลงเปิดตัว  เพลงตัดเค้ก เพลงโยนดอกไม้ อะไรก็ว่าไป  แล้วเขียนลงไปในใบสรุปงาน ให้เจ้าที่ที่ควบคุมเรื่องเทคนิคในงานทราบ Sequence ของเรา ไม่งั้นเปิดผิดคิวล่ะแย่เลยค่ะ

 

ส่วนที่เกี่ยวกับตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง

10. ชุดแต่งงาน

ช่วงตระเวนหาชุดแต่งงานในฝันเป็นช่วงที่นัทเคยคิดว่าจะชอบมากกกก แต่ความเป็นจริงมันเหนื่อยมากเลยแล่ะ เพราะต้องหาหลายที่ แถมนัทยังค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่านัทตัวใหญ่เกินมาตรฐานหญิงไทย ไปลองร้านไหนก็ใส่ไม่ได้ ดึงไม่ขึ้นติดสะโพก หรือดึงผ่านสะโพกได้ ก็รูดซิปหลังไม่ได้ (แง๊ คิดเองเออเองมาตลอดว่าตัวเองตัวโตแต่ไม่อวบ – -” 5555)

checklist6

แต่เพื่อนๆก็อย่าลืมหาแต่ชุดตัวเองจนลืมเตรียมให้คุณแฟนด้วยนะคะ ลองคุยกันว่าจะให้ใส่สูทสีอะไร หูกระต่าย หรือเนคไทค์แบบไหนถึงจะเข้ากับชุดเจ้าสาว รองเท้าควรเป็นสีอะไร ชุดงานเช้าจะใส่แบบไทย หรือสูทสากล ต้องใส่สีไหนถึงจะเข้ากับเจ้าสาว รายละเอียดค่อนข้างเยอะเลย อย่าปล่อยให้เจ้าบ่าวงงๆไม่มีชุดเท่ห์ๆใส่วันงานนะคะ ^_^

สำหรับคนที่จัดงานแต่งงานแบบไทยด้วย นัทขอแนะนำว่าให้ฝึกนั่งพับเพียบในชุดผ้าถุงไว้ก่อนเลยนะคะ แล้วดูว่าจะลุกจะนั่งยังไงให้สวย แล้วทางที่ดีควรจับแฟนมาฝึกนั่งด้วยกันเลยค่ะ เพราะคุณลุงของนัทท่าทางงกเงิ่นมาก ขาแข็งโป้กนั่งแทบไม่ได้ เวลาจะลุกทีต้องฉุดกระชากกันขึ้นมา ขนาดนัทเป็นผู้หญิงยังรู้สึกว่าการนั่งพับเพียบในผ้าถุงแคบๆมันยากมากเลยจริงๆ ต้องทำหน้ายิ้มสวยแม้เหน็บจะกินขาเลเวลสิบไปแล้วก็ตาม 55

11. รองเท้า

สำหรับเพื่อนๆที่ไม่ถนัดใส่ส้นสูง อย่าลืมฝึกซ้อมใส่เดินไปเดินมาไว้ก่อนนะคะ การใส่ส้นสูงพร้อมลากกระโปรงยาวๆหนักๆน่าจะเป็นงานหินอยู่  ส่วนตัวนัทเองใส่ Flat ไม่มีส้นที่ใส่วันธรรมดาๆเลยสบายลอยตัวไป ภาระหนักมาอยู่ที่คุณลุงที่ต้องซ้อมใส่รองเท้าเสริมส้นให้แลดูสูงกว่านัทแทนค่ะ 😛

checklist4

12. แหวน

ถ้าเพื่อนๆไม่ได้มีแหวนอยู่แล้ว หรือไม่ได้จะซื้อแบบสำเร็จรูป (คือไม่ต้องเลือกตัวเรือน ตัวเพชรแล้วมาประกอบทีหลัง) นัทว่าเผื่อเวลาไว้หน่อยก็ดีค่ะ เพราะกว่าจะหาร้าน หาเพชรที่ถูกใจ หาแบบที่ใช่ ในราคาที่พอดี แล้วสั่งทำ ค่อนข้างจะใช้เวลาค่ะ ทั้งของผู้หญิง และผู้ชายเลย

 

13. เครื่องประดับ

ในกรณีที่ต้องหาเครื่องประดับเอง เพื่อนๆอย่าลืมจัดเตรียมหาให้เข้ากับชุดทั้งส่วนงานเช้า และงานเย็นเลยนะคะ ถ้าเพื่อนๆไม่คิดมากร้านที่เราตัดชุดไทยด้วยเค้าจะมีเครื่องประดับไทยเข้าชุดให้ยืืมอยู่แล้วค่ะ อาจจะไม่ต้องเตรียมตัวในส่วนนี้ก็ได้ค่ะ

 

14. Brightest Smile

อันนี้เป็นกรณีพิเศษสำหรับเพื่อนๆที่ไม่มั่นใจในรอยยิ้มตัวเอง กลัวฟันไม่ขาวจั๊วะพอ อาจจะต้องปรึกษาคุณหมอฟันแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทำอะไรบ้างรึเปล่า ต้องใช้เวลาแค่ไหน ตอนนัทนัทใช้ Whitening Stripe ของ Crest ทำเองที่บ้าน ซึ่งมันใช้เวลาประมาณ 20 วันค่ะ เลยต้องแพลนเวลาหน่อยว่าจะเริ่มทำตอนไหน แต่ข้อเสียของ Whitening Stripe คือมันทำให้เสียวฟันได้ ถ้าเพื่อนๆเป็นคนเสียวฟันอยู่แล้วเป็นประจำ อาจต้องปรึกษาคุณหมอฟันหน่อยค่ะ

checklist5

Final Checklist

จริงๆเวลาทำ Project อันนึง เค้าจะมี Readiness Checklist (ลิสต์ตรวจความพร้อม Project) ออกมาเป็นข้อๆให้เราติ๊กดูว่า เราเตรียมตัวเรื่องต่างๆพร้อมแค่ไหน พร้อมจะ Launch Project จริงรึเปล่า นัทว่างานแต่งงานก็เหมือนกันค่ะ ช่วงหนึ่งเดือนก่อนวันงานนี่แหล่ะ เป็นช่วง peak ที่เราต้องมาสรุปแล้วล่ะค่ะว่า Status ของงานแต่ละอย่างไปถึงไหนแล้ว พร้อมแค่ไหนสำหรับวันงาน เพื่อนๆอาจจะลองเชคตามลิสต์ด้านล่างก็ได้ค่ะ

 

1. Communication

นอกจากเช็คให้เรียบร้อยว่าส่งการ์ดเชิญให้แขกครบหมดแล้วหรือยัง นัทว่าช่วง 1 เดือนก่อนหน้างานนี่เป็นช่วงสร้าง Awareness เลยน๊า เราอาจต้องย้ำเตือนเพื่อนๆว่าจะมีงานเราแล้วนะจ้ะ อาจจะมี Event Facebook โพสภาพบ้าง คลิป Save the Date บ้าง Build อารมณ์ให้เพื่อนๆอยากมางานเราค่ะ  (ลองอ่านจาก Link นี้ดูนะคะ นัทมีเขียนเกี่ยวกับการใช้ Social Media ในการเชิญแขกค่ะ http://goo.gl/Gw3h5h 🙂 )

 

2. Confirm รายละเอียดกับ Vendor ทุกเจ้า

เช็คว่างานทุกอย่างเป็นไปตาม Timeline ที่วางไว้ แล้วนัดวันเวลาในการส่งงานให้เรียบร้อยค่ะ ถ้าเป็นของที่ต้องไป Set up ที่สถานที่จัดงาน ก็ต้องนัดเวลา และสถานที่ที่จะเข้าไปเตรียมตัวด้วยนะคะ ส่วนพวกช่างแต่งหน้า หรือตากล้อง นัทใช้วิธีโทรไปเตือนอีกรอบว่าเรามีนัดคิวไว้วันนี้ๆนะ แล้วถือโอกาสคุยกันคร่าวๆว่าอยากแต่งหน้าแนวไหน ชุดสีอะไร อยากได้อะไรตกแต่งผมเป็นพิเศษรึเปล่า ส่วนตากล้อง นัทก็จะปรึกษากับตากล้องเรื่องแนวภาพที่อยากได้ และ Theme งานของเราค่ะ พี่ๆทีมงานได้รู้จักกันกับเราดีขึ้นนะคะ

checklist3

3. Confirm รายละเอียดกับโรงแรม/ สถานที่จัดงาน

นอกจากจะ Confirm รายละเอียดเรื่องจำนวนแขก อาหารที่สั่ง การตกแต่งงาน กับทางโรงแรมแล้ว นัทแนะนำให้เพื่อนๆนัดวันเข้าไปซ้อมคิวกับที่โรงแรมด้วยนะคะ นัทได้คุยกับทั้งเซลล์ และกัปตัน เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันว่าลำดับขั้นตอนของงานมีอะไรบ้างค่ะ วันงานเค้าจะได้ช่วยประสานงานให้ได้ง่ายขึ้น

 

4. เตรียม Script Sequence ของงาน

การที่เพื่อนๆจะคุยกับทางโรงแรมได้ชัดเจน สิ่งสำคัญมากๆก็คือการเตรียม Sequence ของพิธีการให้ละเอียดและครบถ้วน เพราะใน Sequence เราจะระบุลำดับขั้นตอนทุกอย่าง ตรงไหนต้องหรี่ไฟ เปิดไฟ เปิดเพลงเปิดตัว เปิดเพลงตัดเค้ก ไว้นัทจะมาเขียนเรื่อง Sequence ให้ละเอียดอีกทีนะคะ รอติดตามในเพจน๊า 🙂

 

5. Final Check สำหรับ Video Presentation/ เพลง

อันนี้ยังคงต่อเนื่องจาก Checkllist ข้อที่ 3 เพราะตอนไปสรุปงานกับที่โรงแรม เราควรลองเปิดทั้ง Video Presentation และเพลงในสถานที่จัดงานจริงๆนะคะ จะได้รู้ว่าภาพขึ้นจอมั้ย เสียงออกชัดเจนรึเปล่า มีปัญหาเรื่อง Resolution อะไรพวกนี้บ้างมั้ย จะได้รีบแก้ให้ทันค่ะ พร้อมทั้งลองเปิดพวกเพลงเปิดตัว เพลงตัดเค้ก เพลงโยนดอกไม้ ทางทีมเทคนิคได้คุ้นหูกะเพลงนิดหน่อย และตกลงจังหวะกันตาม Sequence ค่ะ

 

6. เชิญประธาน/ เถ้าแก่

ถึงเราจะเคยเรียนเชิญท่านไว้แล้ว แต่ช่วงใกล้ๆงานก็ต้องเตือนท่านอีกรอบนะคะ พร้อมขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือขอทะเบียนรถไว้ ในกรณีที่จะเตรียมที่จอดรถ VIP ไว้ให้ท่านค่ะ

 

7. สรุปงานกับแม่งาน/ เพื่อนๆที่มาช่วยงานทุกคน/ พิธีกร

จริงๆนัทมีคุยกับเพื่อนๆที่มาช่วยงานเป็นระยะๆอยู่แล้ว แต่ว่าใกล้ๆวันงานสัก 1-2 อาทิตย์ก่อนงาน นัทรวมตัวเพื่อนๆมานั่ง go through Sequence ของงานด้วยกัน และสรุปหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคนอีกทีค่ะ

(ถ้าเพื่อนๆให้เพื่อนๆเจ้าสาวเป็นแม่งานรันคิว ลองอ่านเรื่องที่นัทเคยเขียนไว้นะคะ 🙂 http://goo.gl/5eW8gD)

survival3

8. เตรียม Script ขอบคุณ

เตรียม Topic คร่าวๆที่จะพูด และซ้อมไว้ก่อนน๊า กดอ่าน Link นี้เลยค่ะ http://goo.gl/GGwpNx

 

9. เตรียมความสวย

จุดนี้ห้ามลืมเด็ดขาดดด  เราต้องสวยวันงานนะคะ 😛 ลองแพลนดูว่าคุณแฟนควรตัดผมช่วงไหน หรือช่วง 2-3 วันก่อนงานเราอาจจะไปทำเล็บซะหน่อย เวลาโดนถ่ายรูปใกล้ๆตอนสวมแหวนเล็บจะได้งดงามตามท้องเรื่องน๊า ซึ่งนัทแนะนำว่าควรทำแบบเจลนะคะ อาจจะแพงกว่าแบบปกติหน่อย แต่ว่ามันก็อยู่ทน เวลายกของ แพคของไปที่สถานที่จัดงาน จะได้ไม่หลุดล่อนหมดสวยซะก่อนน๊า

(นัทมีเขียนเรื่องเตรียมพร้อมความงามของทั้งเจ้าบ่าว และเจ้าสาวไว้แล้วด้วยนะคะ ลองอ่านกันได้ค่ะ http://goo.gl/e9v9Yg, http://goo.gl/WGdHVq, http://goo.gl/XwDwcz)

 

10. แพ็คของสำหรับวันงาน

เพื่อนๆคงต้องคุยกับที่โรงแรม หรือสถานที่จัดงานแล้วล่ะค่ะ ว่าสามารถเอาของไปเก็บก่อนได้รึเปล่า ได้กี่วันล่วงหน้า ได้กี่กล่อง เราจะได้แพลนได้ถูกต้องค่ะ ถ้าเอาไปเก็บที่งานได้เลยจะได้สบายตัวสบายใจในวันงานนะคะ ไม่ต้องห่วงของต่างๆละ แต่เวลาแพคของลงกล่องไปไว้ที่งาน เพื่อนๆคงต้องทำป้ายติดบอกประเภทของให้ชัดเจนนะคะ นัทระบุหมายเลขประจำกล่องด้วย แล้วทำเป็น Checklist เก็บไว้กับตัวชุดนึง ให้เซลล์โรงแรมเก็บไว้ชุดนึง ได้เป็นหลักฐานว่าเราเอาอะไรมาฝากบ้างค่ะ ถ้ากล่องใดกล่องหนึ่งหายไป เราได้มีหลักฐานยืนยันนะคะ  เช่น ของชำร่วย 1/4 (หมายถึงกล่องที่ 1 จากทั้งหมด 4 กล่องทีเป็นของชำร่วยค่ะ) งานวันที่…..  ห้อง…..  ชื่อเจ้าสาวเจ้าบ่าว….., ไวน์ 1/6 งานวันที่…..  ห้อง ….. ชื่อเจ้าสาวเจ้าบ่าว…..  (ระวังแตก), ของใช้โต๊ะ Reception 1/2 งานวันที่…..  ห้อง…..  ชื่อเจ้าสาวเจ้าบ่าว….., ของใช้ตกแต่งงาน 1/3 งานวันที่ ….. ห้อง…..  ชื่อเจ้าสาวเจ้าบ่าว…..

(นัทมีเขียนเกี่ยวกับการแพคของไปงานแต่งงานแล้วนะคะ ไปตาม Link นี้เลยค่ะ  http://goo.gl/iZTlkg)

 

เอ่อ……….นัทเขียนถึงตรงนี้แล้วคือหมดแรงจริงๆ มันเยอะมากกก ไม่อยากจะเชื่อว่ามีเรื่องต้องทำมากมายอะไรขนาดนี้ 555 เพื่อนๆอย่าเพิ่งกลัวการเตรียมงานแต่งงานเพียงเพราะอ่าน Article นี้ของนัทน๊า เราเตรียมตัวให้เยอะไว้ก่อน จะได้ไม่ลำบากตอนช่วงก่อนวันงานไม่กี่วันนะ 🙂  เอาเป็นว่าเพื่อนๆลองปรับใช้ดูนะคะ มันอาจจะมีบางเรื่องที่นัทใส่มาแต่ไม่จำเป็นสำหรับเพื่อนๆ หรือมีบางอย่างที่นัทไม่พูดถึงแต่ว่าสำคัญ  จุดสำคัญคือ เราต้อง plan ให้ได้ว่ามีอะไรต้องทำ ในช่วงเวลาไหนบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่วิ่งวุ่นไปกับทุกอย่างจนมึนเองค่ะ  สู้ๆนะคะ ขอให้เตรียมงานได้พร้อมอย่างมีความสุข น๊า 🙂

 

ถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากได้ไฟล์นี้แจ้งนัทไว้ใน Facebook Comment หรือ กรอกข้อมูล Email ใน form ข้างล่างนี้นะคะ  เดี๋ยวนัทส่งไฟล์ให้ค่ะ ถือเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆจาก นัท&คุณลุง นะคะ แทนคำขอบคุณที่เพื่อนๆคอยเชียร์ และติดตามเพจน้อยๆของเรามาโดยตลอดค่ะ 🙂

 

ขอไฟล์เตรียมงานแต่งงาน:
E-mail:*
แต่งงานเดือน*
แต่งงานปี*

 

 

89 Responses

  1. กำลังต้องการเลย ขอบคุณค่าาา

  2. เยอะมากเลย ขอแชร์นะคะ

  3. Kanrautai Mai ดีๆๆ

  4. Natjawa Suwandee ลองอ่านดู

  5. ขอบคุณมากเลยค่ะ

  6. เยอะมากจริงๆค่ะ ขออนุญาตแปะเก็บไว้นะคะ ^^

  7. มณีเนตร อินทร์สด. คิดถึงว่าที่เจ้าสาว

  8. Pang Panvasa <3 ลองดูจ้ะ

  9. Nopparuj Sutiruk Bell ลองอ่านจ้า Thanatchapong Champ Taweehiranroj

  10. Pim Saleekul เพื่อนแจกการ์ดมะไหร่

  11. Pailin Ju Buu พี่จุ๊ อ่านๆ

  12. ขอบคุณคุณนัท สุดยอด เรยคะ เป็นประโยชน์ มากคะ

  13. Giffy Phakanit Peanthong

  14. Jakrapan Srisuppachok

  15. ขออนุญาตแชร์เก็บไว้เป็นข้อมูลนะคะ^^

  16. ติดตามเพจคุณนัทค่ะ ให้รายละเอียดดีมาก จะเอามาใช้กับวันแต่งของตัวเองค่ะ

    • ขอบคุณมากเลยค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ จะพยายามเขียนหัวข้อที่มีประโยชน์ไปเรื่อยๆนะคะ มีคำแนะนำติชม หรืออยากให้เขียนถึงหัวข้อไหนเป็นพิเศษ แวะมาบอกนัทได้น๊า ขอบคุณค่ะ 🙂

    • ค่ะ งานของหนู กลาง ม.ค. 59 ตอนนี้ ยังสรุปแขกไม่ได้สักทีเลยค่ะ คุณนัท เครียดเรื่องแขก ว่าจะมาจริงกี่คน หรือใครจะฝากซองมาบ้าง คุณนัท พอชี้เเนะ ได้มั้ยค่ะ

    • ส่วนมากแขกจะมาประมาณ 70% ของคนที่เราส่งการ์ดไปให้น๊า แต่อาจจะแยกออกมาเป็นคนที่เรามั่นใจว่ามา 100% ให้นับไว้เลย ส่วนคนที่ไม่แน่ใจ ก็คิดว่ามาสัก 70% ก็ได้ค่าา

    • แต่ว่าอย่าลืมว่าการ์ดหนึ่งใบอาจจะมีคนมามากกว่าหนึ่งนะคะ เช่นเอาแฟนมาด้วย เอาลูกมาด้วย ตอนทำลิสต์แขก อาจมีช่องอีกช่องโน้ตไว้ว้าการ์ดใบนี้น่าจะมีคนมากี่คน เวลาคิด 70% ก็ให้คิดจากจำนวนคนตรงนี้ อย่าคิดจากจำนวนการ์ดนะคะ

      ส่วนเรื่องซองส่วนนี่ ต้องดูเลยว่าคนใกล้ตัวที่มีเพื่อนกลุ่มเดียวกะหนูได้ซองยังไง แอบตอบยากนิดนึงอ่าค่ะ

  17. Kanita Buathongsodsai

  18. ละเอียดที่สุดในสามโลกเลยจ้าา คุณนัทไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ชอบรูปด้วยค่ะ สวยทุกรูปเลยอ่าา (^-^)

  19. Ploy Chayamon อีกอันๆ เผื่อช่วยได้

  20. ดิว ปาริฉัตร

  21. Mattika Dinneaw Sutamcheam ☺️

  22. โบ๊ะจัง โบ๊ะจัง ว่าที่เจ้าสาว อ่านเลยค่ะ ^^

  23. Tanaporn Sawangarom

  24. ขออนุญาตแชร์นะคะคุณนัท แปะไว้อ่าน จากตอนแรกไม่มีแบบแผนเลย ตอนนี้คงต้องวางแผนใหม่แล้วล่ะค่ะ

  25. ขอบคุณนะค่ะเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

  26. Wannaporn Ruksangob

  27. Veerin Charuankiat Rachen Chiangwonk Chanintorn Sayananon

  28. Natrada Bee Likitwongpaisal เตรียมพร้อมรับมือนะจ๊ะ^^

  29. Thitima Thongchan พร้อมยังคร้าบ

  30. มาได้ทันเวลาจริงๆคะ เสาร์นี้จะเป็นเจ้าสาวเต็มตัว ขอบคุณคุณนัทมากเลยคะ

  31. Priz Prisana กำหนดวันงานมาเป็นข้อ1 เลยจ้า สู้ๆๆๆๆ

  32. Niraporn Namfah

  33. Bankky Satitaweechai

  34. Bird B Kururu

  35. Kanthikaporn Kwang Kokliem