ตรวจร่างกายก่อนแต่งงานกันรึยังคะ?

posted in: Wedding 101 | 42

ในขณะที่พวกเราวิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม จัดรายละเอียดทุกอย่างสำหรับงานแต่งงานในฝัน นัทสังเกตว่าเพื่อนๆหลายๆคนลืมเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการวางแผนครอบครัวของเราค่ะ นั่นก็คือการตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน เพื่อนๆทราบมั้ยคะว่าไวรัสบางตัว โรคบางโรค มันสามารถแพร่ไปที่แฟน กับลูกเราได้เลยนะ เพราะฉะนั้นการตรวจร่างกายไว้ก่อน และรับวัคซีนป้องกันไวรัสบางตัวถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้ครอบครัวของเราปลอดภัยในระดับนึงเลยน๊า วันนี้นัทเลยขอใช้พื้นที่เล็กๆใน wedding campus ของเรามาเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนให้เพื่อนๆมาตรวจร่างกายก่อนแต่งงานกันค่ะ ^_^

checkup1

พอดีคุณพ่อคุณแม่ของคุณลุงเป็นคุณหมอใจดีทั้งคู่ นัทเลยขอสัมภาษณ์คุณแม่เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน แต่นัทคิดว่าเพื่อนๆหลายคนอาจจะเหมือนนัทก็ได้ คือนัทเป็นมนุษย์ผู้ไม่เข้าใจภาษาหมอๆ วิทย์ชีวะนู่นนี่ก็ไม่เคยเรียน นัทเลยอ่านชื่อโรค อ่านสิ่งที่ต้องตรวจแล้วไม่ค่อยเข้าใจ นัทเลยขอให้คุณแม่ของคุณลุงอธิบายให้ฟังหลายรอบหน่อย แล้วนัทก็จัดการกินวุ้นแปลภาษาคุณหมอมาเขียนเป็นภาษาง่ายๆแบบนัทๆให้เพื่อนๆอ่านกันค่ะ ถ้าผิดถูกอะไรตรงไหนขอโทษก่อนล่วงหน้าเลยนะคะ นัทเขียนแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง อาจจะไม่ได้ใช้ภาษาวิชาการอะไรขนาดนั้น อ่านแล้วอย่าว่านัทเลยน๊า please 🙂

 

ตรวจร่างกายก่อนแต่งงานสำคัญยังไง?

เพื่อนๆหลายคนอาจจะสงสัยว่าการตรวจร่างกายประจำปีต่างกับการตรวจร่างกายก่อนแต่งงานยังไง คุณแม่อธิบายให้ฟังง่ายๆว่า การตรวจร่างกายประจำปีทำเพื่อตัวเราเองคนเดียว โรคที่ตรวจก็จะเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ อาจเกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเองเป็นหลักเช่น เบาหวาน ปอด ตับ ไต อะไรงี้

แต่การตรวจร่างกายก่อนแต่งงานเป็นการตรวจหาโรคที่สามารถถ่ายทอดได้จากการมีอะไรกับแฟน ติดต่อทางพันธุกรรม บางทีเราเห็นว่าตัวเองแข็งแรงฟิตสุดพลัง ไม่มีอาการอะไรแม้แต่น้อย แต่จริงๆโรคพวกนี้มันแสบค่ะ แอบซุ่มเงียบในร่างกายเรา ถ้าเราไม่ตรวจก่อนไม่มีทางรู้เลย รู้ตัวอีกทีอาจจะส่งต่อโรคให้แฟน หรือลูกไปแล้วก็ได้ แล้วจะแก้ไขไม่ทันเอาน๊าคะ

เพื่อนๆเริ่มอยากชวนแฟนไปตรวจร่างกายก่อนแต่งงานแล้วใช่ม๊า ^_^  จริงๆถ้าเพื่อนๆไปที่โรงพยาบาลแล้วบอกว่าอยากตรวจเตรียมความพร้อมก่อนแต่งงาน พี่พยาบาลเค้าจะมี list มาให้เลยค่ะว่าต้องตรวจอะไรบ้าง   แต่วันนี้นัทขอให้คุณแม่ช่วยสรุปสิ่งจำเป็นที่ควรจะต้องตรวจ รวมทั้งคำอธิบายง่ายๆว่าการตรวจสิ่งเหล่านี้สำคัญยังไง อย่าลืมชวนคุณแฟนมาอ่านด้วยกันนะคะ ^o^

checkup3

ตรวจกรุ๊ปเลือด

เพื่อนๆอาจจะคิดว่า โอ้ว ธรรมดามากๆกรุ๊ป A B AB O ใครๆก็รู้ แต่จริงๆแล้วสิ่งสำคัญที่คุณหมอตรวจหาให้เราคือกรุ๊ปที่เรียกว่า Rh นะคะ ซึ่งมี 2 แบบคือ Rh+ และ Rh-  คือมัน super ภาษาหมอมากๆ นัทก็ให้คุณแม่อธิบายอยู่หลายรอบ แต่ concept หลักก็คือ ถ้าเรากับแฟนมีกรุ๊ป Rh เป็นประเภทเดียวกัน เช่น เป็น Rh+ ทั้งคู่ ก็สบายใจเฮฮาปาจิงโกะได้ค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไร ซึ่งคนส่วนมากก็เป็น Rh+ นี่แหล่ะ แต่ถ้าเรากับแฟนอยู่กลุ่มต่างกันปุ๊บ เราจะต้องปรึกษาคุณหมอเป็นพิเศษค่ะ  โดยเฉพาะเคสที่ผู้ชายเป็น Rh+ แล้วผู้หญิงเป็น Rh- เนี่ยจะต้องระวังมากๆเลย ไม่ได้แปลว่าเรามีลูกไม่ได้นะคะ เพียงแต่ว่าต้องให้คุณหมอแนะนำอย่างใกล้ชิดว่าจะต้องดูแลยังไง ระวังตัวยังไง เพราะถ้าเราไม่รู้ปล่อยไปเลยตามเลย เราจะเสี่ยงกับการแท้งลูก หรือภาวะเบบี๋ตัวเหลืองค่ะ

 

ตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี

คุณแม่บอกว่าอันนี้จำเป็นมากเลย เพราะมันติดต่อผ่านการมีอะไรกับแฟนเรา ถ้าเป็นแล้วก็รักษายาก เสี่ยงกับการเป็นโรคตับอักเสบ มะเร็งในตับ ป้องกันอย่าให้เป็นจะดีกว่าค่ะ  ซึ่งถ้าเพื่อนๆอยากป้องกันตัวเอง และคนรักจากไวรัสตับอักเสบบีก็ต้องมาตรวจเลือดเนี่ยแล่ะค่ะ ไม่งั้นเพื่อนๆจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นพาหะรึเปล่า ส่งต่อโรคให้คนอื่นได้มั้ย แล้วมีภูมิคุ้มกันรึยัง ถ้าคุณหมอเจาะเลือด ตรวจดูแล้ว ปรากฎว่าเพื่อนๆยังไม่มีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี คุณหมอก็จะจับฉัดวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันโลด  ส่วนเพื่อนๆบางคนอาจชะล่าใจว่า โอ๊ย เคยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแล้วจ้า สบายมาก คุณแม่เตือนว่ามาตรวจหาภูมิอีกรอบดีกว่า เพราะมันก็มีเคสที่ฉีดวัคซีนป้องกันแล้วก็จริง แต่ภูมิคุ้มกันลดลงไป แรงไม่พอ ซึ่งในเคสแบบนี้ก็ต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันค่ะ ถ้ามีเบบี๋ ลูกเราจะได้ปลอดภัยจากไวรัสตัวนี้นะคะ

 

ตรวจหาไวรัสตับอักเสบซี

ไวรัสตัวนี้ลำบากนิดหน่อยตรงที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่อย่างน้อยถ้าเรามาตรวจเลือดแล้วรู้ว่าเป็น คุณหมอจะได้รีบให้คำแนะนำว่าเราเป็นไวรัสตับอักเสบซี level ไหน ติดต่อทางพันธุกรรมได้มั้ย ถ้าอยากมีลูกจะทำยังไง ต้องวางแผนหาแนวทางรักษากับคุณหมอให้ทันท่วงทีค่ะ

checkup2

หัดเยอรมัน

ถ้าเราไม่ได้ตรวจก่อนว่ามีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันพอมั้ย แล้วเกิดเราเป็นหัดเยอรมันตอนกำลังท้องขึ้นมานี่เรื่องใหญ่มากนะคะ เพราะเบบี๋เราอาจจะพิการได้เลยค่ะ Y-Y เพราะฉะนั้นมาตรวจเถอะค่ะ ถ้าเพื่อนๆไม่มีภูมิจะได้รีบฉัดวัคซีนป้องกันงัยคะ ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี เพราะเมื่อฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว เราต้องคุมกำเนิดช่วงนึงนะคะ คุณหมอจะช่วยแนะนำเราได้ค่า ^_^

 

เอดส์

โรคนี้เพื่อนๆรู้จักดีอยู่แล้ว คุณแม่บอกว่าควรตรวจอย่างยิ่ง และควรตรวจทั้งคู่ด้วยนะคะ อย่าเขินเลย อย่ากลัวด้วย มาตรวจให้สบายใจดีกว่าค่ะ เป็นไม่เป็นอะไรยังไงได้สบายใจเนอะ

 

ซิฟิสิส

โรคนี้ไม่มีอาการเด่นชัดใดๆ เป็นได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ถ้าไม่มาตรวจนี่คนก็ไม่ค่อยจะรู้ตัวกันว่าเป็น ซึ่งอันตรายมาก เพราะแปลว่าเราจะสามารถแพร่โรคนี้ให้แฟนได้โดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ แล้วโรคนี้มันก็อันตรายด้วยนะ เพราะเชื้อมันลามขึ้นระบบประสาท ขึ้นสมองได้เลย คือตอนนัทฟังคุณแม่อธิบายอยู่ ในหัวนัทก็จินตนาการเป็นฉากๆๆในเรื่องทองเนื้อเก้าเลย ตอนที่ลำยองเยินๆเป็นหนองๆเพ้อๆตอนท้ายเรื่องเพราะเชื้อขึ้นสมองอ่ะ สแกรี่มาก รีบไปตรวจไว้ก่อนดีกว่า ถ้าเป็นได้รีบรักษาให้หายเนอะ 🙂

 

ธาลัสซีเมีย

โรคนี้เพื่อนๆน่าจะคุ้นหูกันแล้วล่ะค่ะ เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรม รักษาไม่ได้ ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ต้องตรวจให้รู้ว่าเราเป็นพาหะรึเปล่า ถ้าตรวจออกมาแล้วเราเจอว่าเราเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียนั่นแปลว่าเรามีโอกาสถ่ายทอดไปให้ลูกได้นะคะ ถ้ารู้ก่อนเราจะได้วางแผนการมีเบบี๋ได้อย่างรอบคอบ ให้คุณหมอดูแลอย่างใกล้ชิดเลยค่ะ สำคัญมากๆเลยนะคะ เพราะถ้าเราท้อง คุณหมอจะช่วยดูแล และคอยตรวจวินิจฉัยว่าลูกในพุงน้อยๆของเรามีโอกาสเป็นธาลัสซีเมียมั้ย ถ้าเป็น เป็นชนิดไหน รุนแรงระดับใด ถ้าเก็บเบบี๋ไว้จะอันตรายกับเค้ารึเปล่า

 

ทั้งหมดนี่คือเรื่องหลักๆที่ควรจะต้องตรวจกันก่อนแต่งงานนะคะ อาจจะมีเพิ่มเติมมากกว่านี้ใน Package ของแต่ละโรงพยาบาลค่ะ แต่คุณแม่ฝากนัทเสริมให้เพื่อนๆอีกนิดว่า ตรวจร่างกายอย่างเดียวอาจจะไม่พอนะคะ อย่างที่นัทเล่าไปข้างบนๆว่า มันมีบางโรคที่ฉีดวัคซีนป้องกันได้ เพราะงั้นตอนตรวจเลือดเสร็จแล้วผลออกมาว่าไม่มีภูมิคุ้มกัน หรือมีภูมิแต่ต่ำ เพื่อนๆก็ควรจะรับวัคซีนให้พร้อมก่อนแต่งงานไปเลยค่ะ (แต่ปกติคุณหมอก็จะแนะนำอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ :-))

checkup4

คุณแม่ของคุณลุงบอกว่าหลายๆคนเกรงใจ กลัวว่าถ้าไปบอกให้แฟนมาตรวจร่างกายก่อนแต่งงานจะแสดงถึงความไม่ไว้ใจกัน เลยเลี่ยงที่จะคุยเรื่องนี้  แต่คุณแม่บอกว่าอย่าไปคิดว่าเป็นการจับผิด หรือการไม่วางใจกันเลยนะคะ แต่ให้คิดว่าเพราะเรารักกันจริง และพร้อมสร้างครอบครัวด้วยกันนี่แหล่ะ เราถึงต้องมาตรวจร่างกายให้รู้ว่าเราเป็นโรคอะไรรึเปล่า มีภูมิคุ้มกันมั้ย อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะแพร่ไวรัสให้แฟน ให้ลูกรึเปล่า ถ้าเรารู้ก่อน เราจะได้รีบปรึกษาคุณหมอ ฟังคำแนะนำ วางแนวทางป้องกันได้ทันท่วงทีค่ะ

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆเริ่มเห็นความสำคัญของการตรวจร่างกายก่อนแต่งงานแล้วใช่มั้ยค๊า yeahh!  นอกจากเตรียมตัวจัดงานแต่งงานในฝันกันแล้ว เพื่อนๆอย่าลืมเตรียมตัวเชคร่างกายของเรา และคนรักด้วยนะคะ 🙂

 

 

42 Responses

  1. เขียนได้เข้าใจภาษาน่ารักดีครับ แฟนผมเป็นคุณหมอบอกเจาะเลือดมาเดี๋ยวช่วยดูให้ แต่ไม่ฟรีนะ อะเห้ออ

  2. Chinnaworn Temnithirut

  3. Yayou Worayuth

  4. มี รพ ไหน มีแพคเกจนี้บ้างไหมคะ ใน กทม แนะนำหน่อยคะ 🙂

  5. Bhundith Menuan ไปตรวจกัน

  6. Arpaporn Charoenphol

  7. Somme Sri อ่านๆๆ ควงพี่ก้องไปตรวจก่อนเลย อิอิ

  8. Watcharakorn Kinnaree. อ่านสิ

  9. Mnm Mnm พร้อมเมื่อไหร่ บอกนะคะ

  10. พร้อมก๊าบบ

  11. คุณนัทค่ะ..ควรจะไปตรวจก่อนแต่งกี่เดือนค่ะ

    • นัทตรวจก่อนประมาณสามเดือนค่ะ แต่ตอนนั้นนัทรีบตรวจ เพราะอยากเผื่อไว้ว่าถ้าอยากมีลูกเลยหลังแต่ง ไปตรวจไว้ได้รู้ว่ามีวัคซีนอะไรที่ต้องรีบฉีดมั้ย ถ้าฉีดแล้วต้องเว้นช่วงก่อนท้อง ได้ไม่ต้องกังวลอ่ะค่ะ

    • ขอบคุณค่ะ

  12. JugudLeang Wanichchaphan