เปิดคัมภีร์ marketing หาแฟน?

posted in: Life Campus | 5

ตอนที่เพื่อนๆของนัทรู้ว่านัททำเพจ Wedding Campus มีเพื่อนๆหลายคนบ่นว่าไม่อิน ขอเป็นเพจ ฮาว ทู หาเนื้อคู่ได้ไหม 55 แถมตอนที่นัทให้เพื่อนๆในเพจแชร์ว่าอยากให้นัทเขียน Topic ไหนบ้าง ยังมีเพื่อนๆหลายคนส่ง message มาว่าให้เขียนเรื่องหาแฟนหน่อยได้มั้ย  แง๊วว คือนัทไปทำการบ้านคิดหนักหลายตลบว่าจะเขียนยังไงดี จนมาได้ไอเดียจากลูกค้าผู้ใหญ่ท่านนึงของนัทที่แซวน้องๆในทีมว่า มีแฟนกันยัง ทำงานการตลาดต้องหาแฟนให้ตัวเองให้ได้นะ………. เท่านั้นแหล่ะค่ะ ความคิดก็พุ่งปรี๊ด หากระดาษมาจดโน้ตไว้แทบไม่ทัน  ไหนๆนัทก็เป็นนักวิจัยการตลาดที่ทำเพจเวดดิ้งแล้ว วันนี้นัทจะลองเอา marketing strategies มาเปรียบเทียบกับเรื่องความรักดู เพื่อนๆอ่านจบน่าจะได้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำการตลาด พร้อมทั้งวิธีหาแฟน และดูแลความสัมพันธ์ด้วย  ยิงนกทีเดียวได้หลายๆๆตัวเลยค่ะ 🙂

marketing1

Marketing Strategies VS How to get a boyfriend?

การที่สินค้าชิ้นหนึ่งจะขายได้ดี มาจากปัจจัยหลักๆ 2 อย่างเลยค่ะ  Distribution และ Product Acceptability

Distribution หมายถึง การกระจายตัวสินค้าไปตามร้านค้าต่างๆค่ะ ยิ่งวางขายหลายที่มากแค่ไหน ก็แปลว่าผู้บริโภคมีโอกาสหยิบซื้อสินค้าตัวนั้นมากขึ้นค่ะ ซึ่งสามารถมองได้สองมุมค่ะ

  • มุมแรกก็คือเข้าไปในร้านค้าให้ได้มากที่สุด เช่นน้ำ Pepsi หรือ Coke ที่วางขายไปทุกที่ จะซุปเปอร์ เซเว่น ร้านอาแปะขายของชำ ก็มีหมด เพราะฉะนั้น โอกาสที่ผู้บริโภคจะเห็นสินค้าก็มีมาก เวลาอยากดื่มน้ำอัดลม โอกาสที่คนจะซื้อ 2 brand นี้ก็จะมากกว่าน้ำอัดลมยี่ห้ออื่นๆค่ะ
  • มุมที่สองก็คือเข้าไปในร้านค้าที่มีคุณภาพ มีความสำคัญกับสินค้าของเรา เช่นสินค้า import ราคาสูง อาจจะไม่ต้องเข้าไปในร้านค้าทุกแบบทุกประเภทก็ได้ เพราะคนที่จะซื้อสินค้ากลุ่มนี้ จะซื้อของจากร้านค้าแค่บางกลุ่มเท่านั้น การไปวางขายในร้านขายของชำ อาจจะไม่ช่วยเพิ่มยอดขายเลยก็ได้ค่ะ

 

ทีนี้กลับมาถามสาวโสดทั้งหลายที่มองหาคนรักอยู่ ลองวิเคราะห์ตัวเองดูซิคะว่า เราเป็นคนที่ทำงานอยู่แต่ที่ออฟฟิสจนดึกดื่น เลิกงานกลับบ้าน หรือไม่ก็ไปเที่ยวแต่กับเพื่อนที่ทำงาน หรือเพื่อนกลุ่มเดิมๆรึเปล่าคะ?  ถ้าเพื่อนๆตะโกนตอบในใจว่า ช่ายยยยย อยู่แต่กะงานกับเพื่อนที่ทำงาน งั้นนัทขอถามต่อว่า แล้วที่ทำงาน มีหนุ่มโสดน่ารัก นิสัยดี อยู่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีอยู่เยอะ ก็ยังไม่ต้องตกใจไป แปลว่าอย่างน้อยเราก็อยู่ใน distribution channel ที่มีคุณภาพดีละ  แต่ว่าถ้าเพื่อนๆคิดไปหน้าซีดไปเพราะมองไปทางไหนก็มีแต่หนุ่มในออฟฟิสที่มีแฟนแล้ว แต่งงานแล้ว หรือร่างกายเป็นชายแต่ใจอยากเป็นเพื่อนสาว ถ้าเป็นเคสนี้นัทอนุญาตให้เพื่อนๆกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจหนึ่งที…….ฮึ้บ……..

 

โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะคะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้ละว่าเราอยู่ใน distribution channel ที่ไม่โอเค งั้นวิธีแก้แบบหลักการตลาดเลยก็คือ ต้องเพี่มช่องทางการขายให้มากขึ้น เช่นเพื่อนๆอาจจะลองไปทำกิจกรรมกับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆบ้าง  และช่องทางที่เพิ่ม อาจจะต้องเป็น Distribution Channel ที่คุณภาพดีด้วยค่ะ ชอบอะไรสนใจอะไร ลองลุกขึ้นมาพาตัวเองไปในสถานที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง หรือกิจกรรมที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข เผื่อได้เจอคนที่ชอบทำกิจกรรมคล้ายๆกันกับเราอะไรงี้  ถือเป็นการเพิ่มช่องทางในการเจอคนใหม่ๆให้เราค่ะ

 

marketing5

Product Acceptability สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะทำได้ดีในแง่ของ Distribution หรือช่องทางการจัดจำหน่ายแล้ว แต่ว่าการทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับ ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าของเราเป็นเรื่องที่ยากมากนะคะ ปัจจัยที่จะช่วยได้ก็คือคุณภาพของสินค้าต้องดี  มี Marketing Communication และ Marketing Activities ที่ดี หมายถึงมีการโปรโมทคุณภาพ จุดเด่นของสินค้าต่อให้ผู้บริโภครู้จัก ที่เห็นบ่อยๆก็เช่นการออกโฆษณาทีวี ออก event ทำ campaign กับผู้บริโภคค่ะ

ทีนี้กลับมาที่ตัวเราบ้าง เพื่อนๆลองถามตัวเองดูว่าจุดเด่นของเราคืออะไร เพื่อนๆอาจจะเป็นคนนิสัยน่ารัก รักสัตว์ ชอบช่วยเหลือสังคมอะไรก็ว่าไป แล้วเพื่อนๆเคยแสดงข้อดีของตัวเองออกมาบ้างรึเปล่าคะ ได้พูดคุยเรื่องที่เราชอบ กับคนที่ชอบเรื่องๆเดียวกันบ้างรึเปล่า ขอแค่ภูมิใจในข้อดีของตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง อยู่ในที่ในทางที่ถูกต้อง ความน่ารักก็จะฉายแววออกมาเองค่ะ

อย่างที่นัทบอกตอนต้นว่า สินค้าตัวนึงจะขายได้ดี ทั้ง Product Acceptability และ Distribution ต้องไปด้วยกัน ขาดอย่างใดอย่างนึงไปไม่ได้  การมองหาคนรักก็น่าจะคล้ายๆกันค่ะ เพียงแต่ว่าเรื่องความรักความชอบมันสั่งให้เกิดขึ้นปุบปับไม่ได้ มีปัจจัยเรื่องความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือเพิ่มโอกาสให้ตัวเราเอง แสดงความน่ารัก ข้อดี จุดเด่นของเราออกมา เปิดโอกาสได้เจอคนใหม่ๆบ้าง ถึงสุดท้ายจะไม่ได้แฟน แต่เพื่อนๆก็อาจจะได้เพื่อนนิสัยดีๆเพิ่มเข้ามาในชีวิตก็ได้ค่ะ

marketing4

Marketing Strategies VS การรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก

ไม่ว่าจะเพิ่งคบกับแฟนใหม่ๆ หรือเพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน มองไปทางไหนโลกก็เป็นสีชมพูไปหมดเนอะ  ในทางการตลาดก็เหมือนกันค่ะ  เวลาที่สินค้าเพิ่ง launch ใหม่ๆ มี campaign มี promotion support อะไรมากมาย ส่วนมากยอดขายจะขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะสามารถดึงให้ Trial Users เข้ามาทดลองสินค้าได้ค่ะ  แต่ความท้าทายมักจะมาหลังจากช่วง trial stage คือประมาณ 6 เดือนหลังทุ่มโปรโมทสินค้านี่แหล่ะค่ะ  เพราะพอถึงจุดนึงแล้ว ยอดขายที่พุ่งเอาๆจะอิ่มตัว และค่อยๆตกลง  อาจจะเป็นเพราะหมดช่วงโปรโมชั่น หมดโฆษณาแล้ว  คนที่เคยเข้ามาลองซื้อ (trial users) ก็ค่อยๆหายไป ไม่ได้กลายเป็นลูกค้าขาประจำ  Challenge ของนักการตลาดก็คือ จะทำยังไงให้สินค้าสามารถคงยอดขายได้ไปเรื่อยๆค่ะ

marketing2

วิธีที่นักการตลาดหลายๆคนใช้กันก็คือ การทำ promotion เพื่อกระตุ้นยอดขายบ้าง หรือถ้าทำ promotion แล้วแต่ยอดขายก็ยังดิ่งลง อาจจะต้องวิเคราะห์ต่อว่าปัญหามาจากคุณภาพของสินค้ารึเปล่า เราเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคจริงๆมั้ย แล้วสินค้าของเราตอบโจทย์ผู้บริโภครึเปล่า มีการ Communicate กับผู้บริโภคบ้างไหม จะทำยังไงเพื่อเพิ่ม loyalty ต่อ brand เราให้ได้มากที่สุดค่ะ

นัทว่าเรื่องนี้เอามาใช้กับความรักได้โดยตรงเลยค่ะ  ส่วนมากตอนที่คบกันใหม่ๆ หรือแต่งงานใหม่ๆ คู่รักส่วนมากก็สวีทหวานวี๊ดวิ๊ว ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้  ดูแลกันและกันทุกอย่างเต็มที่  แต่พอคบไปสักพักแล้ว โปรโมชั่นต่างๆที่เคยทำก็อาจจะน้อยลง  ความหวานวี๊ดวิ๊วก็อาจจะไม่ค่อยมี ถ้าไม่รีบกู้สถานการณ์ ชีวิตรักก็อาจจะจืดจางได้ค่ะ  เพราะฉะนั้น อย่าลืมหมั่นเชคความรู้สึกของคู่รักของเพื่อนๆนะคะ ถึงจะคบกันนานแล้ว แต่เราก็คอยเติมความหวานให้แก่กันนะคะ ชวนกันไปเดทที่ใหม่ๆบ้าง ทำของจุ๊งจิ๊งให้กันในโอกาสพิเศษ  เปิดอกพูดคุยกันเวลามีปัญหาเพื่อร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกันเพื่อความรักที่ไม่จืดจางค่ะ  นัทชอบแอบดูเวลาเห็นคนแก่เดินจูงมือกัน นั่งกินกาแฟคู่กัน เห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ เพราะมันทำให้นัทมั่นใจว่าถ้าเรามั่นเติมความรักให้แก่กัน ความโรแมนติกจะไม่หายไปค่ะ 🙂

marketing3

 

 

 

5 Responses

  1. สุดยอดค่ะพี่ นี่นึกว่านั่งฟังpresentอยู่

  2. 55555 ชอบบบบบบบ รักมากกก

  3. Anongkeaw Wongbuddee Suwadee Harisombut ดูๆ